สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 14 ก.ค. โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวภายในรัฐบาลศรีลังกา ว่านายมหินทา ราชปักษา อดีตประธานาธิบดีและอดีตนายกรัฐมนตรีศรีลังกา ยืนยันกับทีมงาน ว่าจะไม่เดินทางออกไปลี้ภัยในต่างประเทศ เพื่อหลบหนีจากการลุกฮือต่อต้านของประชาชน และความเสี่ยงของการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย จากความล้มเหลวในการบริหารประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจของศรีลังกาต้องล่มสลาย

https://twitter.com/AJEnglish/status/1547539942334763012


ทั้งนี้ มหินทา วัย 76 ปี พี่ชายของประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา วัย 73 ปี ซึ่งหลบหนีออกจากศรีลังกาไปยังมัลดีฟส์ และมีแนวโน้มเดินทางต่อไปยังซาอุดีอาระเบียผ่านสิงคโปร์ กล่าวกับผู้ช่วย ว่ามีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับบุตรชาย คือ นามัล ราชปักษา อดีตรัฐมนตรี ยืนยันจะไม่เดินทางออกนอกประเทศเช่นกัน


อนึ่ง หลายฝ่ายเชื่อว่า การที่มหินทาเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดียาวนานต่อเนื่องสองสมัย หรือ 10 ปี ระหว่างปี 2548-2558 เป็นการปูทางให้โกตาพญา ขึ้นสู่อำนาจสูงสุดทางการเมือง และยังนำน้องชายอีกคน คือ บาซิล และเครือญาติในตระกูลราชปักษา เข้ามาดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาล จนกระทั่งโกตาพญา ใช้นโยบายประชานิยมอย่างหนัก ตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งกลายเป็นการทำลายเศรษฐกิจของประเทศ และชาวศรีลังกาส่วนใหญ่มองว่า การอยู่ในอำนาจ “ที่นานและมากเกินไป” ของตระกูลราชปักษา “คือต้นเหตุสำคัญ”


แม้เคยได้รับการยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศ จากการมีบทบาทสำคัญในการปราบปรามกองทัพพยัคฆ์ปลดปล่อยทมิฬอีแลม (แอลทีทีอี) แต่แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า “มีรอยร้าว” เกิดขึ้นระหว่างพี่น้องราชปักษามานานระยะหนึ่งแล้ว เมื่อโกตาพญาขึ้นสู่อำนาจและแต่งตั้งมหินทาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ผู้นำศรีลังกา รวมอำนาจเกือบทั้งหมดไว้ที่ตัวเอง และจนถึงตอนนี้ โกตาพญาไม่เคยเข้าใจหลักการบริหารอย่างแท้จริง ทว่ากลับไปเคยรับฟังคำแนะนำจากมหินทา


ข้อมูลดังกล่าว สอดคล้องกับรายงานที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ว่ามหินทา ซึ่งไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้อีก เนื่องจากอยู่ในวาระครบสองสมัยแล้ว “มีความลังเล” ที่จะเสนอชื่อโกตาพญา ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES