ตามที่ พ.ต.ท.ปราโมทย์ ศุขศรีไพศาล พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม นำตัว พ.ต.อ.ก (นามสมมุติ), น.ส.วิภาดา, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ผู้ต้องหาที่ 1-3 ในข้อหา ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อเสรีภาพ ชื่อเสียงของผู้ถูกข่มขืนใจและร่วมกันกรรโชก มาฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.อ.กวินศักดิ์ พีรยศธนนนท์ รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 เปิดใจภายหลังได้รับการประกันตัว โดยยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของตน พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงในหลายประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ
พ.ต.อ.กวินศักดิ์ เปิดเผยว่า ยอมรับว่าในอดีตเคยมีความขัดแย้งกับนายอัจฉริยะถึง 2 ครั้ง และเคยถูกร้องเรียน รวมถึงถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง แต่ทุกกรณีได้ใช้ข้อเท็จจริงต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมาย จนเรื่องยุติลง พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใด ๆ และพร้อมพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล
เจ้าตัวย้ำว่า การเข้าไปเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นเพียงการให้คำปรึกษากับบุคคลที่ติดต่อเข้ามา เนื่องจากทราบว่าตนเคยมีประสบการณ์ถูกกล่าวหาและสามารถต่อสู้คดีได้สำเร็จ จึงให้คำแนะนำในฐานะคนรู้จัก ด้วยความหวังดี โดยไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวหา
“ผมยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำเป็นไปตามกฎหมาย และทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยได้รับผลประโยชน์ หรือส่วนแบ่งจากเงิน 2.5 ล้านบาทตามที่ถูกพาดพิง เป้าหมายเดียวคืออยากช่วยเพื่อนให้พ้นปัญหา” พ.ต.อ.กวินศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังระบุว่าไม่เคยมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายอัจฉริยะ และที่ผ่านมาเคยได้รับผลกระทบจากการถูกพาดพิง จนถูกตั้งกรรมการสอบวินัยนานถึง 3 ปี ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานและครอบครัวอย่างมาก
พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวในสังคมว่า หลายครั้งข้อมูลด้านลบถูกนำเสนออย่างต่อเนื่อง ขณะที่ข้อเท็จจริงหรือผลงานที่เคยทำกลับไม่ได้รับการพูดถึง เช่น กรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เคยถูกกล่าวหายักยอกเงิน 47 ล้านบาท แต่สุดท้ายสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ และยังพัฒนาองค์กรจนได้รับรางวัล

ส่วนกรณีห้องกักของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เจ้าตัวระบุว่า ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงในช่วงเวลาดังกล่าว จึงไม่สามารถให้รายละเอียดเชิงลึกได้ และเห็นว่าควรเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงในการชี้แจง
สำหรับกระแสเรียกร้องให้พิจารณาให้ออกจากราชการ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ระบุว่า พร้อมน้อมรับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา และเคารพทุกคำสั่งที่ออกมาตามกระบวนการ หากเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์องค์กรและความเชื่อมั่นของประชาชนก็ยินดีปฏิบัติตาม
ด่วน! ศาลให้ประกัน ‘อัจฉริยะ’ วงเงิน 4 แสน สั่งห้ามยุ่งเหยิงพยานเด็ดขาด…
อย่างไรก็ตาม หากยังได้รับโอกาสให้ปฏิบัติหน้าที่ ก็พร้อมทำงานอย่างเต็มความสามารถ โดยย้ำว่าตลอดชีวิตราชการยึดมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน และยังตั้งใจจะรับใช้ประเทศต่อไป
ท้ายที่สุด พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญ แม้จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง หน้าที่การงาน และครอบครัว แต่เชื่อว่าความจริงจะปรากฏผ่านกระบวนการยุติธรรม พร้อมฝากถึงนายอัจฉริยะว่า ไม่อยากให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับใครอีก เพราะผลกระทบไม่ได้เกิดกับตัวบุคคลเพียงคนเดียว แต่ยังลามไปถึงครอบครัวและคนรอบข้างด้วย.



