สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ประกาศว่า รัฐบาลวอชิงตันจะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% กับสินค้านำเข้าส่วนใหญ่จากบราซิล โดยมาตรการจะมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. เป็นต้นไป


มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยเมื่อต้นปีนี้ กระทบต่อกลไกหลักของระบบภาษีที่รัฐบาลทรัมป์ใช้ ส่งผลให้รัฐบาลหันมาใช้อำนาจตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 เพื่อสอบสวนการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของประเทศคู่ค้าแทน


ขณะเดียวกัน การประกาศครั้งนี้ยังเป็นผลสืบเนื่องจากข้อเสนอของรัฐบาลทรัมป์ เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่เสนอเก็บภาษี 25% กับสินค้านำเข้าหลายรายการจากบราซิล โดยให้เหตุผลว่า บราซิลมีแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในหลายด้าน ตั้งแต่การค้าดิจิทัลไปจนถึงปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าผิดกฎหมาย


ปัจจุบัน ยูเอสทีอาร์เปิดการสอบสวนด้านการค้าภายใต้มาตรา 301 แล้วเกือบ 80 กรณี และมีแนวโน้มประกาศมาตรการภาษีเพิ่มเติมกับหลายประเทศ รวมถึงจีน สหภาพยุโรป (อียู) อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเม็กซิโก


นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า แม้ทั้งสองประเทศเจรจากันตลอดปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถแก้ไขข้อพิพาทได้ อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังเปิดกว้างสำหรับการเจรจา หากบราซิลพร้อมดำเนินการแก้ไขประเด็นที่สหรัฐหยิบยกขึ้นมา


ด้านประธานาธิบดีลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล กล่าวว่า มาตรการของสหรัฐไม่มีเหตุผลรองรับ พร้อมประกาศว่า บราซิลจะใช้มาตรการตอบโต้ตามกฎหมาย และจะนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)

ภาษีใหม่จะครอบคลุมสินค้านำเข้าหลายพันรายการจากบราซิล เช่น น้ำตาล เครื่องจักรกลการเกษตร เสื้อผ้า เครื่องจักรไฟฟ้า กระดาษ และเหล็ก


ทั้งนี้ทั้งนั้น สหรัฐยังคงยกเว้นสินค้าหลายประเภทของบราซิลจากมาตรการดังกล่าว ซึ่งรวมถึง เนื้อวัว กาแฟ แร่หายาก ผลิตภัณฑ์พลังงาน เครื่องบินและชิ้นส่วนอากาศยาน รวมถึงได้เพิ่มน้ำผึ้งออร์แกนิก เหล็กดิบ และกาแฟสำเร็จรูปชนิดไม่ปรุงแต่งรส


การสอบสวนทางการค้าที่สหรัฐดำเนินการกับบราซิล เริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค. ปีที่แล้ว ระบุข้อกล่าวหาหลายประการ อาทิ การตัดไม้ทำลายป่าผิดกฎหมาย และระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันมองว่า สร้างความเสียเปรียบให้กับบริษัทบัตรเครดิต ขณะที่บราซิลปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างหนักแน่น


นอกจากนี้ บราซิลยังเผชิญกับการสอบสวนอีกกรณีภายใต้มาตรา 301 เช่นกัน เกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 24 ก.ค. นี้ หากผลสอบสวนนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 12.5% จะทำให้สินค้าบราซิลต้องเผชิญกับอัตราภาษีรวมสูงถึง 37.5%.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS