เมื่อวันที่ 15 ก.ค. รายการโหนกระแสวันนี้ พูดคุยกรณีที่ ‘คุณไปท์’ ร้องเรียนกับสายไหมต้องรอด ว่าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังเพื่อนบ้านส่งเสียงดังรบกวน ทั้งเปิดเสียงสวดมนต์ ตีกลอง เล่นกีตาร์ ฯลฯ หนักที่สุดคือการปาถุงแกงที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวบอกเองว่าเป็นถุงอุจจาระ-ปัสสาวะ

คุณไปท์ พร้อมด้วยคุณพ่อคุณแม่ เล่าว่า เดิมทีบ้านข้าง ๆ เป็นพ่อของคู่กรณีอยู่ (คุณไปท์เรียกว่า อากง) โดยตอนอากงอยู่ไม่ได้มีปัญหาอะไร เป็นเพื่อนบ้านที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน จนกระทั่งลูกชายของอากง คือคู่กรณี เข้ามาอยู่อาศัยด้วย เขาเริ่มเสียงดัง มีปัญหากันภายในบ้าน แม้แต่ตัวอากงเองก็อยู่ไม่ได้ พี่น้องอากงต้องพาออกไป รวมถึงลูกเมียของคู่กรณีก็ต้องย้ายออกไป โดยทราบจากเมียว่าคู่กรณีหวาดระแวงและข่มขู่เรื่องอาวุธปืน

คู่กรณีมีการเปิดเสียงสวดมนต์ ตีกลอง ดีดกีตาร์ หลายครั้งเกิดขึ้นกลางดึกทำเอาสะดุ้งตื่น คุณแม่ของคุณไปท์ ซึ่งเป็นโรคหัวใจได้รับผลกระทบหนัก ต้องตื่นกลางดึกมากินยา และกว่าจะหลับอีกก็ยาก ตอนนี้เครียดหนัก

ที่ผ่านมาได้มีการแจ้งสำนักงานเขต และแจ้งตำรวจ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แถมคู่กรณียังทำพฤติกรรมหนักข้อขึ้น ที่ทำเอาเดือดร้อนหนักคือการปาถุงแกงที่ส่งกลิ่นเหม็น ปาแทบจะวันเว้นวัน โดยมีการติดกล้องวงจรปิดเพื่อเก็บหลักฐาน ก็เห็นมือที่ปาโผล่ออกมาจากบ้านคู่กรณีชัดเจน

คู่กรณีคือ ‘คุณเอก’ ได้โฟนอินชี้แจงว่า ตนเองทำอาชีพซื้อ-ขายเครื่องดนตรีมือสอง ยืนยันว่าเป็นการเปิดเสียงสวดมนต์ปกติ การที่เขาบอกว่าดังหรือไม่ดังนั้น ก็ควรจะมีเครื่องมือมาวัด ไม่อย่างนั้นใครก็อ้างได้ว่าดัง และไม่ได้ส่งเสียงดังตอนดึก เพราะหากเขาบอกว่าต้องนอน เขาเองก็ต้องนอนเหมือนกัน แม้จะมีการเปิดคลิปหลักฐานที่บันทึกเสียงดังตอนตี 2 แต่คุณเอกก็ยังปฏิเสธ พร้อมบอกว่าในบ้านตนเองก็มีกล้อง พร้อมให้นำไปตรวจสอบ

คุณเอกอ้างว่ามีคนบุกรุกเข้าบ้าน มีการถอดกระจก ทำทรัพย์สินเสียหาย ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเหมือนกัน เมื่อถามถึงเรื่องปาถุงแกงนั้น คุณเอกปฏิเสธ แม้จะเปิดภาพจากกล้อง คุณเอกอ้างว่าไม่ทราบว่าเป็นมือของใคร

เมื่อถามว่าที่บ้านมีใครอยู่บ้าง คุณเอกบอกว่าอยู่คนเดียว เมื่อถามย้ำว่าแล้วใครไปอยู่ในบ้านแล้วปาถุงลงมา สุดท้าย คุณเอกยอมรับว่า “อ่ะ ๆ ใช่ก็ได้” และทำไปเพราะความโกรธ เนื่องจากมีคนมาขึ้นบ้านหลายครั้ง

คุณเอกได้พูดถึงความเดือดร้อนของตัวเองว่าถูกโจรขึ้นบ้านมาหลายครั้งตั้งแต่ปี 2559 ไม่ได้รับการแก้ไข ไม่มีใครรับผิดชอบ หากทีมงานหรือใครต้องการข้อมูล สามารถมาที่บ้าน มาดูในพื้นที่จริงได้เลย ไม่ใช่ฟังข้างเดียวแล้วใช้อารมณ์ความรู้สึกมาตัดสิน เพราะหากตนไม่ได้ทำเช่นนั้นจริง ใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตน

เมื่อถามถึงเหตุการณ์ล่าสุดคือ เสียงเคาะกำแพงเมื่อเช้าที่ผ่านมา คุณเอกบอกว่าไม่รู้เรื่อง และอ้างว่ามีหนูเยอะมาก พร้อมถามย้อนกลับว่า คนอื่นต้องนอนแล้วตนไม่ต้องนอนหรือ?

ขอบคุณรายการโหนกระแส