สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองฮาร์วิช สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ว่า ภารกิจระยะเวลา 5-6 สัปดาห์นี้ เริ่มขึ้นหลังจากสหราชอาณาจักรและยุโรปตะวันตก เพิ่งประสบกับเดือน มิ.ย. ที่ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจ่ายไฟฟ้า ทางการต้องปิดโรงเรียน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่าปกติ

“คลื่นความร้อนในสหราชอาณาจักรและยุโรปในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้ตระหนักได้ว่าเราปรับตัวได้ยาก แม้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในสภาพอากาศก็ตาม” นางเคลลี โฮแกน นักธรณีฟิสิกส์ทางทะเล จากสถาบันสำรวจแอนตาร์กติกาแห่งสหราชอาณาจักร (บีเอเอส) กล่าวในการให้สัมภาษณ์บนเรือ

การสำรวจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการมูลค่า 20 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 900 ล้านบาท) ที่มีชื่อว่า “Greenland Ice sheet to AtlaNtic Tipping points” หรือ “ไจแอนต์” (GIANT) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจว่า ธารน้ำแข็งละลายและแตกตัวลงสู่มหาสมุทรอย่างไร และส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

อนึ่ง นักวิทยาศาสตร์กังวลว่า น้ำจืดที่มาจากการละลายของธารน้ำแข็ง อาจรบกวนระบบกระแสน้ำหมุนเวียนในมหาสมุทร ที่ช่วยควบคุมสภาพอากาศของยุโรป ซึ่งอาจนำไปสู่สภาพอากาศสุดขั้ว และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

ขณะที่ นายแมตต์ นีลล์ กัปตันเรือ กล่าวว่า เขาเห็นผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกด้วยตาตนเองแล้ว ดังนั้นในช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ การเก็บข้อมูลและปรับปรุงแบบจำลองจึงมีความสำคัญยิ่งกว่าที่เคย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS