จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอ พระลูกวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ใช้ไม้ทำร้ายสุนัขขณะอยู่ในพื้นที่วัด ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะมีผู้ให้ข้อมูลว่า พระรูปดังกล่าวก่อเหตุลักษณะเช่นนี้หลายครั้งหลายหนแล้ว จนถึงขั้นมีสุนัขเสียชีวิต จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ ดำเนินการทางกฎหมายโดยเร็ว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ตำรวจ สภ.พยุหะคีรี ร่วมกับฝ่ายปกครอง และมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation – WDT ลงพื้นที่วัดที่เกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมเชิญตัวอดีตพระผู้ปรากฏในคลิปไปสอบสวน โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นผู้ใช้ไม้ไผ่ขนาดเล็กตีสุนัขชื่อ “ฮง” สุนัขพันธุ์บางแก้ว อายุ 4 เดือน จริง แต่เป็นการตีเพื่อสั่งสอน หลังสุนัขขึ้นไปขับถ่ายบนที่นอน ไม่ได้มีเจตนาทารุณกรรมสัตว์

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ พร้อมนำสุนัข “ฮง” รวมถึงสุนัขและแมวอีกหลายตัวที่มีข้อมูลว่าอาจเคยถูกทำร้าย ออกจากวัด เพื่อตรวจร่างกายและตรวจสอบบาดแผล โดยผลการตรวจของสัตวแพทย์จะถูกนำไปใช้ประกอบสำนวนคดี

ด้าน ร.ต.อ.วรวุฒิ แว่นแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.พยุหะคีรี เปิดเผยว่า หลังมีคำสั่งให้ลาสิกขา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี อดีตพระ ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายสุนัขจริง และยอมรับว่าในอดีตเคยต้องโทษจำคุกในคดีทำร้ายร่างกาย รวมถึงคดีเสพยาเสพติดมาก่อน

ขณะเดียวกัน มีพระลูกวัดหลายรูปให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า อดีตพระรายนี้เข้ามาบวชที่วัดได้ประมาณ 1 ปีเศษ มีพฤติกรรมค่อนข้างก้าวร้าวและอารมณ์แปรปรวน เมื่ออยู่ต่อหน้าคนทั่วไปจะมีท่าทีปกติ แต่เมื่ออยู่ภายในกุฏิ มักตะโกนด่าทอและท้าทายพระรูปอื่นอยู่เป็นประจำ ขณะที่สุนัขชื่อ “ฮง” และแมวอีก 2 ตัว เป็นสัตว์ที่อดีตพระไปหามาเลี้ยงเอง โดยอดีตพระมักนำสุนัขและแมวจรจัดที่มีรูปร่างสวยงามมาเลี้ยง แต่ภายหลังกลับมีพฤติกรรมทำร้ายสัตว์เป็นประจำ จนสัตว์หลายตัวมีสภาพซูบผอมและบาดเจ็บ อีกทั้งยังมีหลักฐานเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ทำร้ายสุนัขจนเสียชีวิต 1 ตัว รวมทั้งคลิปเหตุการณ์ทำร้ายสัตว์ในวันและเวลาต่างกันรวม 9 คลิป

ด้าน นายกมล ศรีชัยแสง อาสาสมัครมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสภาพสุนัขชื่อ “ฮง” พบว่ามีอาการหวาดกลัวผู้คนอย่างเห็นได้ชัด และขาหลังด้านขวาเดินผิดปกติ จึงเชื่อว่าน่าจะถูกทำร้ายมาแล้วหลายครั้ง ไม่ใช่เพียงการตีเพื่อสั่งสอนตามที่ผู้ต้องหาอ้างไว้ หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการแจ้งความ จะดำเนินการให้อดีตพระลงนามยกกรรมสิทธิ์สุนัขและแมวทั้ง 3 ตัว ให้มูลนิธิรับไปดูแล พร้อมหาผู้รับเลี้ยงที่เหมาะสมต่อไป

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งผลตรวจร่างกายสัตว์ คลิปวิดีโอ และพยานแวดล้อม เพื่อประกอบสำนวนดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ รวมถึงข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป.