สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ว่า นายนันดาลัล วีระสิงห์ ผู้ว่าการธนาคารกลางศรีลังกา กล่าวถึงสถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศ จากการลุกฮือครั้งใหญ่ของชาวศรีลังกา เพื่อขับไล่รัฐบาลของประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา จนต้องหลบหนีไปต่างประเทศ โดยตอนนี้อยู่ที่สิงคโปร์ และยื่นใบลาออกต่อรัฐสภาผ่านทางอีเมล ว่าทิศทางการเจรจารอบต่อไปกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) ขึ้นอยู่กับการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ด้วยว่าจะ “มีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใด”


หากมีผู้นำที่มีศักยภาพและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สถานการณ์ในศรีลังกาน่าจะดีขึ้นได้ “ภายในอีก 3-5 เดือน” นับจากวันที่มีรัฐบาล “ซึ่งมีเสถียรภาพ” แต่ตราบใดที่ยังไม่สามารถมีรัฐบาลซึ่งสามารถบริหารประเทศได้อย่างราบรื่น ศรีลังกา “อาจเผชิญกับภาวะชัตดาวน์” เนื่องจากงบประมาณที่มีอยู่ตอนนี้เพียงพอนำเข้าน้ำมันดีเซลได้อีกอย่างน้อย 3 รอบ จนถึงสิ้นเดือนนี้ และการนำเข้าน้ำมันเบนซินอีก 1-2 รอบในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนสถานการณ์หลังจากนั้น “ยังไม่มีความแน่นอน”


ทั้งนี้ หลายฝ่ายทั้งในและต่างประเทศเริ่มจับตามากขึ้นไปที่วีระสิงห์ อดีตนักการธนาคารและนักเศรษฐศาสตร์ “มีความเหมาะสม” ที่จะรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของศรีลังกา อย่างไรก็ตาม วีระสิงห์ยืนกรานว่า ไม่มีความสนใจที่จะรับตำแหน่งทางการเมือง


ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนนี้ ธนาคารกลางศรีลังกาปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากอีก 1% ขึ้นมาเป็น 15.50% และ 14.50% ตามลำดับ ถือเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยระดับสูงสุด นับตั้งแต่ปี 2544 เพื่อหวังควบคุมแรงกดดันมหาศาลจากวิกฤติเงินเฟ้อ ซึ่งพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 54.6% เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่มีแนวโน้มพุ่งทะยานไปถึง 70% หรือมากกว่านั้น ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES