สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ ( จีซีซี ) ที่เมืองเจดดาห์ ริมชายฝั่งทะเลแดง ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยนับเป็นการร่วมประชุมรายการใหญ่ระดับตะวันออกลางเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ เมื่อเดือนม.ค. ปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ไบเดนได้รับโอกาสให้ร่วมแถลงต่อที่ประชุม ซึ่งมีเนื้อหาในตอนหนึ่ง ว่าสหรัฐร่วมลงทุนเพื่อสรรสร้างอนาคตที่สดใสให้แก่ภูมิภาคแห่งนี้ สหรัฐเป็นหุ้นส่วนสำคัญของตะวันออกกลาง และจะไม่มีทางถอยห่างออกไปอย่างเด็ดขาด
US President Joe Biden addresses GCC+3 summit of Arab leaders in Jeddah, Saudi Arabia. pic.twitter.com/ZQmnTMqTUL
— i24NEWS English (@i24NEWS_EN) July 16, 2022
'The US will always promote human rights. Foundational freedoms are foundational to who we are as Americans. It’s in our DNA. The future will be won by the countries that unleash the full potential of their populations.' pic.twitter.com/MbIub6xjeV
— i24NEWS English (@i24NEWS_EN) July 16, 2022
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมไม่มีเนื้อหาตอนใด ที่สนับสนุนความพยายามของสหรัฐ ในการจัดตั้งพันธมิตรด้านความมั่นคงตะวันออกกลาง ที่ให้อิสราเอลเข้าร่วมด้วย เพื่อยกระดับการต่อต้านอิหร่าน เช่นเดียวกัน ไม่มีเนื้อหาส่วนใดของแถลงการณ์ ที่ระบุเกี่ยวกับการเพิ่มอุปทานในตลาดน้ำมันโลก

เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รมว.กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ทรงมีพระดำรัสเพียงว่า รัฐบาลริยาด “ไม่ทราบมาก่อน” เกี่ยวกับแนวคิดจัดตั้งพันธมิตรด้านความมั่นคงโดยให้อิสราเอลเป็นส่วนหนึ่ง และไม่มีส่วนร่วมในการหารือเรื่องดังกล่าว และทรงย้ำว่า การที่รัฐบาลริยาดเปิดน่านฟ้าให้กับสายการบินพาณิชย์ “จากทุกประเทศ” ไม่ใช่ “การปูทาง” สู่การยกระดับเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอล ตามที่บางฝ่ายคาดการณ์กัน
U.S. President Joe Biden greeted Saudi Arabia’s Crown Prince Mohammed bin Salman with a fist bump. Less than two years ago, he pledged to make Saudi Arabia a 'pariah' over the 2018 murder of Washington Post journalist Jamal Khashoggi https://t.co/N39URZpKms pic.twitter.com/HdeAwHd4TC
— Reuters (@Reuters) July 16, 2022
อนึ่ง ก่อนร่วมประชุมครั้งนี้ ไบเดนพบหารือกับ “ผู้ปกครองโดยพฤตินัยแห่งซาอุดีอาระเบีย” คือ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร ท่ามกลางการจับตาและเสียงวิจารณ์ของหลายฝ่าย เนื่องจากสำนักงานผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐ ( โอดีเอ็นไอ ) เผยแพร่รายงานเมื่อปีที่แล้ว ว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงอนุมัติด้วยพระองค์เอง ให้หน่วยงานปฏิบัติการพิเศษ “จับกุมหรือสังหาร” ของนายจามาล คาช็อกกี คอลัมนิสต์ชาวซาอุดีอาระเบีย สังกัดเดอะ วอชิงตัน โพสต์ ของสหรัฐ ซึ่งถูกฆาตกรรมภายในสถานกงสุลใหญ่ซาดุดีอาระเบีย ที่เมืองอิสตันบูล ของตุรกี เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2561
อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคดีของคาช็อกกี ในแถลงการณ์ร่วมระหว่างสหรัฐกับซาอุดีอาระเบีย ที่กล่าวถึงการยกระดับความร่วมมือ เพื่อรักษาเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงาน และ “ความสำคัญ” ของการป้องปรามไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์.
เครดิตภาพ : REUTERS



