วานนี้ (4 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีที่น่าตกใจจนกลายเป็นกระแสในการวิพากษ์วิจารณ์ของหญิงสาวชาวจีนที่ต้องกลายเป็นผู้ป่วยวิกฤตเพียงเพราะความผิดพลาดของพนักงานคลินิกรักษาโรคที่ไม่มีใบอนุญาต
หวังหรานหร่าน ว่าที่เจ้าสาววัย 24 ปี จากมณฑลซานตง ประเทศจีน เตรียมจัดงานแต่งงานในวันที่ 25 เมษายนหลังจากที่เธอและคู่หมั้นจดทะเบียนสมรสกันไปตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว

แต่แล้วในเดือนมกราคม หวังมีอาการเจ็บคอ เธอคิดว่าตัวเองเป็นหวัด จึงไปพบแพทย์ที่คลินิกใกล้บ้านที่มีชื่อเสียงน่าเชื่อถือพร้อมกับ จางซีรุ่ย คู่หมั้นของเธอ เขาจำได้ว่ามีหมอเข้าเวรอยู่สองคน หลังจากสอบถามอาการเพียงสั้นๆ หมอหญิงคนหนึ่งก็สั่งยาและฉีดยาให้
จาง ตั้งข้อสังเกตว่า หมอทั้งสองไม่ได้ซักประวัติคู่หมั้นสาวของเขาเกี่ยวกับอาการแพ้ยาหรือทดสอบอาการแพ้ทางผิวหนังเลย
เพียงไม่กี่นาทีหลังการฉีดยา หวังเริ่มรู้สึกไม่สบายตัว ลิ้นของเธอเริ่มชา เธอเริ่มอาเจียนและหายใจลำบาก ขณะที่อาการของเธอแย่ลง จางได้โทรเรียกรถพยาบาล แต่กว่าที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพจะมาถึง หวังก็ตกอยู่ในสภาวะช็อกไปแล้ว
“ตลอดช่วงเวลานั้น หมอที่คลินิกต่างลนลานและไม่ได้ดำเนินมาตรการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่มีประสิทธิภาพเลย” จางกล่าว
แพทย์ที่โรงพยาบาลวินิจฉัยอาการของหวังในเบื้องต้นว่าเธอมีภาวะเลือดเป็นกรดและระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งน่าจะมีสาเหตุมาจากอาการช็อกเพราะแพ้ยาที่ฉีดเข้าไป

แม้จะได้รับการรักษา แต่สมองของหวังก็ขาดออกซิเจนนานเกิน 4 นาที ส่งผลให้เกิดสมองของเธอเสียหายอย่างถาวร จางตัดสินใจแจ้งความคลินิกฐานละเมิดเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากทางการ
จากการตรวจสอบพบว่า หมอหญิงผู้ฉีดยาให้หวังเป็นเพียงพนักงานของคลินิก ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ด้านแพทย์ผู้ลงนามในใบสั่งยาก็ไม่มีคุณสมบัติในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
พอถึงเดือนเมษายน คลินิกดังกล่าวก็ปิดตัวลง และพนักงานหญิงคนนั้นได้จ่ายเงินชดเชยให้ครอบครัวของหวังเป็นจำนวน 200,000 หยวน (ประมาณ 957,000 บาท) ก่อนจะหายตัวไป
จางกล่าวว่า “คู่หมั้นของผมยังคงอยู่ในอาการโคม่า และค่ารักษาพยาบาลก็พุ่งสูงเกิน 700,000 หยวน (ประมาณ 3.34 ล้านบาท) ไปแล้ว ตอนนี้พวกเราต้องผลัดกันดูแลเธอ ทำให้พวกเราไม่สามารถไปทำงานได้ มันยากลำบากจนเหลือเชื่อ”
หลังจากตกอยู่ในอาการโคม่านานถึง 92 วัน หวังเริ่มแสดงสัญญาณของการรับรู้เป็นครั้งแรก ซึ่งนำความหวังมาสู่ครอบครัวของเธอ
ในวันที่ 23 เมษายน ก่อนกำหนดวันแต่งงานของเธอเพียง 2 วัน หวังก็ลืมตาขึ้นและส่งยิ้มให้จาง แม้ว่าเธอจะยังไม่สามารถกลับมาพูดหรือขยับตัวได้ก็ตาม
จางกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า “ในที่สุด ดวงตาที่สวยงามของเธอก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง”
เขายังบอกฝ่ายหญิงว่า “คุณสวมชุดเจ้าสาวได้เมื่อไหร่ ผมก็จะแต่งงานกับคุณเมื่อนั้น”
เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการประเมิน จำนวนเงินชดเชยและคำตัดสินทางกฎหมายจึงยังไม่ได้ข้อสรุปในขั้นสุดท้าย อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของหวังและจางได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้คนมากมายบนโซเชียลมีเดียของจีน
ชาวเน็ตรายหนึ่งกล่าวว่า “หวังรู้ดีว่าอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันแต่งงาน เธอจึงฟื้นขึ้นมา เข้มแข็งไว้นะ เจ้าสาวแสนสวย” ขณะที่อีกรายแสดงความเห็นว่า “ฉันหวังว่าทางการจะตามหาหมอคลินิกที่หายตัวไปให้พบ เราต้องไม่ปล่อยให้ ‘หมอ’ ที่ไร้ศีลธรรมเหล่านี้ไปทำร้ายคนอื่นอีก”
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Baidu, Generated by Gemini



