วานนี้ (27 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวของชายหนุ่มชาวเวียดนามผู้สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 38 กิโลกรัมภายในเวลาเพียง 6 เดือน และอ้างว่าเทคนิคการบริหารช่องปากแบบ “มิววิ่ง” (Mewing) คือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้โครงหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจนเหมือนกลายเป็นคนละคน
เรื่องราวของ เหงียน เวียด แอญ ชายหนุ่มวัย 26 ปีจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม กลายเป็นกระแสไวรัลในบ้านเกิด หลังจากที่เขาโพสต์ภาพถ่ายของตัวเองเมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งเผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่ต่างจากปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยเขาเล่าว่าในวัยเด็ก เขามักจะรู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเอง และถูกเพื่อน ๆ ล้อเลียนเรื่องน้ำหนักเกินอยู่เสมอ จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาตัดสินใจลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่

“ตั้งแต่เด็กจนถึงชั้นมัธยมต้น ผมตกเป็นเป้าหมายในการล้อเลียน และถูกตั้งฉายาแย่ ๆ มากมายเพราะรูปร่างหน้าตา มันทำให้ผมเศร้าและเครียดมากครับ” เหงียน กล่าวกับผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว Z News
ในช่วงปลายปี 2564 ขณะที่เขาต้องเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้านเนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด เหงียน ได้ตัดสินใจว่าเขาต้องการเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด และได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเมื่อเขาเริ่มออกกำลังกายด้วยตัวเองที่บ้านและควบคุมอาหารอย่างจริงจัง จนสามารถลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 38 กิโลกรัมภายในเวลาเพียงครึ่งปี
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง เขาก็ได้รู้จักเทคนิคการบริหารช่องปากแบบ “มิววิ่ง” ซึ่งกำลังเป็นกระแส เทคนิคนี้ใช้การจัดตำแหน่งลิ้นให้แตะอยู่บนเพดานปากอย่างถูกวิธีเพื่อปรับโครงสร้างใบหน้า เขาเชื่อว่าเป็นวิธีที่ช่วยให้รูปหน้าของเขาเปลี่ยน สันกรามชัด ดูมีเหลี่ยมมุมชัดเจนมากขึ้น



แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของ เหงียน เวียด แอญ จะน่าประทับใจมาก แต่ก็ไม่วายถูกชาวเน็ตบางส่วนจับผิดและกล่าวหาว่าเป็นเรื่องลวงโลก เพราะเมื่อเทียบกับภาพในอดีตของเขาแล้ว ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากรูปทรงที่ดูอวบอิ่ม กลายมาเป็นรูปหน้าที่เรียวยาว มีโหนกแก้มและคางเด่นชัด
หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าหนุ่มวัย 26 ปีรายนี้อาจผ่านการทำศัลยกรรมพลาสติกมาเพื่อให้ได้ลุคใหม่นี้ แต่เจ้าตัวปฏิเสธอย่างหนักแน่น พร้อมยืนยันว่าทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการลดน้ำหนัก การฝึกด้วยเทคนิคมิววิ่ง และเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวเท่านั้น
ด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นและส่วนสูง 182 เซนติเมตร ปัจจุบัน เหงียน เวียด แอญ จึงมีอาชีพนายแบบที่สร้างรายได้งดงาม และยังได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนหรือพรีเซ็นเตอร์ของมหาวิทยาลัย Phenikaa เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นสถาบันที่เขากำลังศึกษาอยู่ในสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์
ส่วนเป้าหมายสูงสุดของเขาในปีนี้ คือการผ่านเข้ารอบ 25 คนสุดท้ายในการประกวดมิสเตอร์ทัวริซึมเวียดนาม 2026
“ผมเชื่อว่าหากมีความพยายามมากพอ ใคร ๆ ก็สามารถเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้นได้ครับ” เหงียน เวียด แอญ กล่าวและเสริมว่า เขาหวังว่าเรื่องราวการพลิกโฉมของเขาจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ ให้มีความกล้าที่จะก้าวเดินตามความฝันเช่นกัน
ที่มา : odditycentral.com
เครดิตภาพ : znews.vn



