สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่า ผลสำรวจร่วมซึ่งจัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส ร่วมกับอิปซอส ซึ่งจัดทำระหว่างวันที่ 25-27 ก.ค. ที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่าง 1,246 คน พบว่า ชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 3 สนับสนุนการทำสงครามกับอิหร่าน ถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุเมื่อราว 5 เดือนก่อน
ผลสำรวจยังระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 69% รวมถึงผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันราว 40% มองว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยังไม่สามารถอธิบายเป้าหมายของการใช้กำลังทหารสหรัฐในอิหร่านได้อย่างชัดเจน แม้ทรัมป์กล่าวถึงเป้าหมายหลายประการ ทั้งการสกัดโครงการนิวเคลียร์ การทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ และการสนับสนุนให้ชาวอิหร่านโค่นรัฐบาล
Just 1 in 3 Americans back Iran war, most unsure of Trump’s goals, Reuters/Ipsos poll finds https://t.co/qojC3umRn8
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) July 27, 2026
อย่างไรก็ตาม คะแนนนิยมของทรัมป์เพิ่มขึ้นเป็น 37% สูงกว่าผลสำรวจเมื่อเดือนก่อน 3 จุด ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่า ทรัมป์จะไม่ตัดสินใจตามผลสำรวจความคิดเห็น และยังคงยึดมั่นในเป้าหมายไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ผลสำรวจยังสะท้อนว่า สงครามครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนต่ำกว่าสงครามอิรักและสงครามอัฟกานิสถานในช่วงเริ่มต้นอย่างมาก โดยสงครามอิรักเคยมีผู้สนับสนุนราว 70% และสงครามอัฟกานิสถานสูงถึง 90%
ทั้งนี้ ความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อสงคราม กำลังกดดันทรัมป์และพรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. นี้ โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระเริ่มเทคะแนน ให้กับผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตมากกว่ารีพับลิกัน และยังมองว่า พรรคเดโมแครตมีความน่าเชื่อถือด้านเศรษฐกิจมากกว่า ท่ามกลางผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และทหารอเมริกันเสียชีวิตแล้ว 18 นาย จากความขัดแย้งครั้งนี้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



