วานนี้ (3 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สภาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของอังกฤษ (National Police Chiefs’ Council หรือ NPCC) เตรียมทบทวนแนวปฏิบัติต่อบุคคลโดยพิจารณาเชื้อชาติร่วมด้วยในปัจจุบัน หลังจากเกิดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญของ เฮนรี โนวัค วัย 18 ปี ซึ่งถูกวิกรม ดิกวา ชายชาวซิกข์วัย 23 ปี ใช้มีดพกตามพิธีกรรมทางศาสนาแทงถึง 5 แผล ระหว่างเดินทางกลับจากการท่องราตรีในเมืองเซาแทมป์ตัน

คดีดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าบังคับใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐาน เนื่องจากตำรวจในที่เกิดเหตุจับกุมและใส่กุญแจมือโนวัคในขณะที่เขากำลังได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโดนแทง เพียงเพราะหลงเชื่อคำโกหกของฆาตกรว่า เหยื่อเป็นฝ่ายทำร้ายร่างกายโดยมีสาเหตุมาจากการเหยียดเชื้อชาติ
ด้านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนต่างโทษว่าพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ในคืนนั้น เป็นผลมาจากแนวปฏิบัติที่สภาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกมาเมื่อปีที่แล้ว
แกวิน สตีเฟนส์ ประธาน NPCC แถลงว่า ทางหน่วยงานกำลังรับฟังข้อกังวลที่มีเหตุผลเกี่ยวกับถ้อยคำที่ใช้ในแนวปฏิบัติดังกล่าว และพร้อมจะปรับเปลี่ยนหากจำเป็น แต่ย้ำว่าไม่ควรทำลายเจตนารมณ์เดิมที่ต้องการพัฒนาคุณภาพการทำงานของตำรวจ ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดกับ ชาบานา มาห์มูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า NPCC กำลังทบทวนถ้อยคำอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดความคลุมเครือ เพื่อให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย
หลังจากมีการเผยแพร่ภาพจากกล้องติดตัวตำรวจในคืนเกิดเหตุบนโลกออนไลน์ ซึ่งแสดงภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เพิกเฉยต่อเสียงร้องขอความช่วยเหลือของ โนวัค จนกระทั่งเขาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ก่อให้กระแสความไม่พอใจของประชาชนอย่างรุนแรง จนทำให้หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ร่วมจับกุมเหยื่อในคดีนี้ตัดสินใจลาออกแล้ว

มาร์ค โนวัค บิดาของเฮนรี เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ฆาตกรได้ใช้วิธี “หงายการ์ดเรื่องเหยียดเชื้อชาติ” เป็นเครื่องมือ การปฏิบัติต่อลูกชายของตนนั้น เป็นสิ่งที่ไร้มนุษยธรรมและลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาพจากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่า โนวัค หมดสติไปก่อนที่จะมีใครยอมเชื่อคำพูดของเขา
ด้านนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษก็ยอมรับว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียน และเห็นด้วยที่หน่วยงานอิสระเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมตำรวจ (IOPC) จะเข้าสอบสวนโศกนาฏกรรมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ปฏิเสธข้อหาเรื่องตำรวจสองมาตรฐาน แม้ว่า ไนเจล ฟาราจ ผู้นำพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักรจะออกมาโจมตีว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนชัดว่าสิทธิของคนผิวขาวมีความสำคัญน้อยกว่ากลุ่มชาติพันธุ์

เย็นวันที่ 2 มิถุนายน มีกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนรวมตัวกันปิดถนนในเมืองเซาแทมป์ตัน เพื่อแสดงพลังต่อต้านการทำงานของตำรวจ พร้อมตะโกนคำว่า “ฉันหายใจไม่ออก” ซึ่งเป็นคำพูดสุดท้ายของโนวัคก่อนเสียชีวิต ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย เมื่อผู้ประท้วงบางส่วนเริ่มใช้ความรุนแรง ด้วยการเข็นถังขยะขนาดใหญ่ลงจากเนินเขาเข้าใส่เจ้าหน้าที่และจุดไฟเผาถังขยะหลายจุด

ด้าน NPCC ชี้แจงว่า เอกสารแนวปฏิบัติต้านการเหยียดเชื้อชาติดังกล่าว ไม่ใช่กฎข้อบังคับอย่างเป็นทางการ แต่ถูกร่างขึ้นหลังจากเกิดคดี “จอร์จ ฟลอยด์” ในปี 2563 ซึ่งระบุให้ตำรวจตอบสนองต่อบุคคลตามความจำเป็น ภาวะแวดล้อมและประสบการณ์ด้วยความเข้าใจว่า อาจเกี่ยวข้องกับการเหยียดเชื้อชาติ โดยมุ่งหมายเพื่อลดการเหยียดเชื้อชาติให้น้อยลง โดยระบุว่ามันไม่ได้หมายถึงการปฏิบัติต่อทุกคน “เหมือนกันหมด” หรือการทำเป็นมองไม่เห็นความต่างทางเชื้อชาติ
ขณะที่โฆษกของนายกรัฐมนตรียืนยันหนักแน่นว่า ระบบตำรวจสองมาตรฐานไม่มีอยู่จริง รัฐบาลคาดหวังมาตรฐานความประพฤติที่สูงจากเจ้าหน้าที่ และทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสริมว่า การตรวจสอบว่ามีความพยายามให้ความสำคัญกับคนในชุมชนใดชุมชนหนึ่งมากกว่าอีกกลุ่มหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของหน่วยงานตรวจสอบ พร้อมย้ำว่าตำรวจมีหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ในการพิทักษ์สันติราษฎร์โดยปราศจากความหวาดกลัวหรือการเข้าข้างฝ่ายใด และความเท่าเทียมของพลเมืองทุกคนคือรากฐานสำคัญของประเทศนี้
ที่มา : thesun.co.uk
เครดิตภาพ : REUTERS



