สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ว่า แหล่งข่าวในกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์เปิดเผยว่า รัฐบาลอนุญาตให้นายโกตาพญา ราชปักษา อดีตประธานาธิบดีศรีลังกา พำนักในประเทศได้นานสูงสุด 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา และจะไม่มีการขยายเวลาให้อีก พร้อมทั้งย้ำว่า สิงคโปร์ไม่อนุญาตให้ราชปักษาลี้ภัยที่นี่

ส่วนแหล่งข่าวในรัฐบาลอินเดียกล่าวว่า ไม่อนุญาตให้ราชปักษาเข้าประเทศ เนื่องจากไม่ต้องการ “มีปัญหา” กับชาวศรีลังกา ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจน ว่าอดีตผู้นำศรีลังกา ภริยา และเจ้าหน้าที่อารักขาอีก 2 คน จะเดินทางต่อไปยังประเทศใด


ด้านรายงานโดยโครงการอาหารโลก ( ดับเบิลยูเอฟพี ) ของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ระบุว่า ชาวศรีลังกาประมาณ 6.3 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 28% ของประชากรทั้งประเทศ กำลังเผชิญกับ “ความไม่มั่นคงทางอาหาร” จากการที่ภาวะราคาอาหารเฟ้อในศรีลังกา เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 80.1% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี และราคาต้นทุนการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 128% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ประชาชนใช้จ่ายด้วยธนบัตรรูปีศรีลังกา ที่ตลาดสดแห่งหนึ่ง ในกรุงโคลัมโบ


ขณะที่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ( ซีพีไอ ) ซึ่งเป็นค่ากลางที่นิยมใช้เพื่อคำนวณอัตราเงินเฟ้อ ปรากฏว่าสถิติของศรีลังกาเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 54.6% สูงสุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ด้าน นายรานิล วิกรมสิงเห นายกรัฐมนตรีและรักษาการประธานาธิบดี กล่าวว่า “ใกล้ได้ข้อสรุป” ของการเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) และรัฐบาลของหลายประเทศ เพื่อขอรับเงินกู้ก้อนใหม่


อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟต้องการให้สถานการณ์ในศรีลังกา “กลับมามีเสถียรภาพมากกว่านี้” เพื่อให้การเจรจาครั้งต่อไป “มีประสิทธิภาพมากขึ้น” ด้านผู้สันทัดกรณีหลายคนเตือนว่า ศรีลังกา “ไม่มีเงินแล้ว” การที่ธนาคารกลางยังคงพิมพ์ธนบัตรใหม่ออกมา เพื่อใช้จ่ายเป็นเงินเดือนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ และใช้หมุนเวียนในประเทศ มีแต่จะยิ่งทำให้เงินเฟ้อเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES