สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ผลการหยั่งเสียงรอบรองชนะเลิศภายในพรรคอนุรักษนิยม เพื่อเฟ้นหาผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งจะขึ้นสู่การเป็นผู้นำรัฐบาลคนต่อไป ต่อจากนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ปรากฏว่า นายริชิ ซูนัค อดีต รมว.คลัง ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนมากที่สุด 173 เสียง
BREAKING: Rishi Sunak and Liz Truss will go head-to-head in the final stage of the Tory leadership contest, as Penny Mordaunt is knocked out in the latest round of voting.
— Sky News (@SkyNews) July 20, 2022
Latest: https://t.co/gxIafafSxw
???? Sky 501, Virgin 602, Freeview 233 and YouTube pic.twitter.com/L3S9qq21iX
ตามด้วย นางลิซ ทรัสส์ รมว.การต่างประเทศ 113 เสียง เฉือนชนะ นางเพนนี มอร์ดอนต์ รัฐมนตรีด้านนโยบายการค้า 105 เสียง เท่ากับว่านับจากนี้เหลือผู้สมัครเพียงสองคน แข่งขันกันต่อในรอบชิงดำ คือ ซูนัค และ ทรัสส์ ซึ่งการลงคะแนนในรอบสุดท้าย จะไม่ได้มาจากการตัดสินโดยสมาชิกสภาสามัญของพรรคอนุรักษนิยมเพียงกลุ่มเดียว แต่จะมาจากสมาชิกพรรคอนุรักษนิยมทั่วสหราชอาณาจักรมากกว่า 200,000 คน และจะประกาศผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 5 ก.ย.นี้
นอกเหนือจากผู้ชนะจะก้าวขึ้นสู่เป็นการดำรงตำแน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 78 ของสหราชอาณาจักร ซูนัค และ ทรัสส์ ต่างจะสร้างประวัติศาสตร์การเมืองหน้าใหม่ให้กับประเทศ โดย ซูนัค วัย 42 ปี จะถือเป็นนายกรัฐมนตรีเชื้อสายฮินดูคนแรกของสหราชอาณาจักร ส่วน ทรัสส์ วัย 46 ปี จะนับเป็นผู้นำหญิงคนที่ 3 ของประเทศ
'If Rishi has got this great plan for growth why haven't we seen it in his last two and a half years at the Treasury'?
— ITV News (@itvnews) July 17, 2022
Liz Truss clashes with Rishi Sunak about his plans for economic growth during the Tory leadership debate on ITV #ITVDebatehttps://t.co/gXwEeZ16Ei pic.twitter.com/c2ETkL6JRx
อย่างไรก็ตาม ผู้นำใหม่ของสหราชอาณาจักรต้องรับ “มรดกทางการเมือง” จากรัฐบาลจอห์นสัน ซึ่งเป็นหนึ่งในภาระหนักหน่วงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อรายปี ที่ตอนนี้อยู่ที่ระดับ 11% เงินปอนด์ที่อ่อนค้า และการแข็งข้อของบรรดาสหภาพแรงงาน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเชื่อมโยงกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ที่เป็นผลกระทบสืบเนื่องจากสงครามในยูเครน และการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรป ( อียู ) หลังเบร็กซิต ที่ยังคงตึงเครียดในหลายประเด็นด้วย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



