ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ประสานงานคำบอนกรีน บ้านโคกสง่า ตำบลโนนน้ำเกลี้ยง อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นายธีรศักดิ์ โฉมสิริ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ในฐานประธานตรวจประเมินผลงานและตัดสินการคัดเลือกหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง “แผ่นดินธรรมแผ่นดิทอง” (หมู่บ้านอยู่เย็น) ประจำปี 2565 ระดับเขต มอบหมายให้ นางสาวสุรัศวดี จันทาทอง สวท.สน.ปท. รองประธานคณะกรรมการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านโคกสง่า หมู่ที่ 5 ตำบลโนนน้ำเกลี้ยง อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้รางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด โดยนายธนภัทร ณ ระนอง ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรีศักดิ์เพชร ณ กาฬสินธุ์ จ่าจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมฝ่ายปกครอง จ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่พร้อมกับคณะตรวจประเมิน ขณะที่ในพื้นที่อำเภอสหัสขันธ์ มีพระครูสิทธวราคม ดร. เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ (ธ.) ตัวแทนคณะสงฆ์ นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ พร้อมนางวิภาภรณ์ ฆารวิพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลโนนน้ำเกลี้ยง นายปัญญา ทรัพย์พงษ์ กำนันตำบลโนนน้ำเกลี้ยง นางสดใส อัมพวา ผู้ใหญ่บ้านโคกสง่า คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้ทรงคุณวุฒิ และประชาชนให้การต้อนรับและร่วมรับการตรวจประเมิน

นางสดใส อัมพวา ผู้ใหญ่บ้านโคกสง่า ในฐานประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน กล่าวว่า ในหู่บ้านมีการรวมกลุ่มปลูกผักสวนครัว ที่ได้พัฒนาจากแปลงผักหมู่บ้านเป็นผักกางมุ้งจากการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ ปัจจุบันมีสมาชิก 37 คน มีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี เฉลี่ย 200-500 บาท ต่อวัน 50,000 บาทต่อเดือน โดยบ้านโคกสง่าได้แบ่งเป็นคุ้ม 6 คุ้ม มีกลุ่มอาชีพโคเนื้อ แบ่งคุ้มละ 1 ตัว กลุ่มจักสานตะกร้าพลาสติก รายได้เดือนละ 15,000 บาท ต่อเดือน ทฤษฎีใหม่ และการเลี้ยงปลาบ่อดิน มีเงินสะสม 46,000 บาท

“ความเข้มแข็งของบ้านโคกสง่า มีการปลูกผักสวนครัวที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นผักสวนครัวแปลงใหญ่ มีโรงเรือนอัจฉริยะ ตั้งเวลารดน้ำโดยตู้ควบคุมได้ตลอดทั้งวัน มีอาคารตัดแต่ง จุดรวมพืชผักผลไม้ และขยายเครือข่ายไปยังกลุ่มปลูกผักตำบลใกล้เคียง ในกลุ่มปลูกผักปิดทองหลังพระ บ้านโนนสวาท ตำบลโนนบุรี มีการปลูกป่าที่วัดเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวในหมู่บ้าน มีการจัดการขยะด้วยชุมชนเอง นอกจากนี้ยังเกิดกลุ่มยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เกษตรกรรุ่นใหม่ ทำฟาร์มไส้เดือน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนสร้างรายได้สร้างอาชีพในชุมชนต่อยอดจากการทำเกษตรดั้งเดิม” นางสดใส กล่าว

นางสาวแววตา นระทัด นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าวว่า ด้วยวิถีของอำเภอสหัสขันธ์ที่มุ่งสู่การท่องเที่ยว เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัดกาฬสินธุ์ ในจุดของกลุ่มคำบอนกรีน ซึ่งได้นำเอาชื่อหนองน้ำโครงการพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชกาลที่ ๙ “หนองคำบอน” เป็นแบรนด์ในการพัฒนาต่อยอดสินค้าทางการเกษตรที่ทำมาต่อเนื่อง จากแหล่งสร้างรายได้สู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ทำให้ “คำบอนกรีน” ติดแบรนด์เพื่อรับนักท่องเที่ยวเป็นของซื้อของฝากต้อนรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ด้วยคณะสงฆ์ที่นำโดยพระครูสิทธิวราคม ดร. เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ เป็นเสาหลักแห่งธรรมและวิถีปฏิบัติตามประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา การปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี สืบสานวิถีแห่งพ่อแม่ครูอาจารย์ การทำบุญตักบาตรในวันพระใหญ่ การร่วมประเพณีสำคัญ ของอำเภอสหัสขันธ์ นอกจากนี้ชาวบ้านโคกสง่า นับเป็นผู้ที่ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และประยุกต์ใช้อย่างได้ผล โดยเฉพาะการลดรายจ่ายสร้างรายได้ มีการทำบัญชีครัวเรือน และรู้จักพัฒนาทักษะ มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ในชุมชน