นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอย โดยระบบเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม และศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ของ กทม ว่า  โครงการดังกล่าว กทม.ลงนามสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2562 แต่ยังไม่สามารถก่อสร้างได้ เนื่องจากในสัญญาระบุว่าต้องให้มีการประกาศรับซื้อกระแสไฟฟ้าก่อน ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน เมื่อวันที่30มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยโครงการฯรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT)รับซื้อไฟฟ้าในราคา 3.66 บาท ต่อหน่วย ระยะเวลาสนับสนุน20ปี 

หลังจากนี้ บริษัทผู้รับจ้าง จะต้องจัดทำรายงานประมวลหลักการปฏิบัติ (Code of Practice : CoP) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงเพื่อยื่นเสนอสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในการขออนุญาตจำหน่ายไฟฟ้า คาดว่าใช้เวลาประมาณ6เดือน และเริ่มก่อสร้างในปี2566 กำหนดเวลาก่อสร้างภายใน3ปี

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน กทม.ยังต้องใช้วิธีกำจัดขยะด้วยการฝังกลบ แต่ในอนาคตต้องปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการขยะ เพื่อไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ ทั้งกลิ่น เสียง รวมถึงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบ

สำหรับโครงการเตาเผาขยะ1,000ตัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เอกชนที่ชนะการประกวดราคาคือบริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เสนอราคา 5,657.5 ล้านบาท  คิดค่ากำจัดตันละ775บาท 

ส่วนโครงการเตาเผาขยะ1,000ตัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช บริษัทที่ชนะการประกวดราคา คือ บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด เสนอราคา 5,759.7 ล้านบาท คิดค่ากำจัดขยะตันละ789บาท

ด้านนายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ C&G  เปิดเผยว่า ภายหลัง  กกพ. ได้ออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน เมื่อวันที่30 มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัท ซึ่งชนะการประมูลและได้สิทธิสัมปทาน รูปแบบ BOT จะดำเนินการดังนี้

1. ขอตรวจสอบจุดเชื่อมโยงระบบจำหน่ายไฟฟ้า และทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้า (สัญญา ppa)

2. เมื่อได้รับสัญญา ppa แล้ว บริษัทจึงจะสามารถยื่นคำขออนุญาตผลิตพลังงานไฟฟ้า รายงาน CoP ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (อ.1) และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) กับสำนักงาน กกพ. ได้

และ3. เมื่อบริษัทได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน และใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าแล้ว บริษัทจึงจะสามารถก่อสร้างโรงงานได้ หากไม่ติดปัญหาหรือต้องปรับแก้ส่วนใด คาดว่ากระบวนดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ และเริ่มก่อสร้างได้ในปี2566 กำหนดแล้วเสร็จไม่เกิน3ปี สอดคล้องกับ ข้อกำหนดวันจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพานิชย์ ตามมติ กพช.ที่กำหนดภายในปี2568-2569