สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ว่า เงินทุนการฟื้นฟูป่าของกรมป่าไม้สหรัฐ (ยูเอสเอฟเอส) เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,100 ล้านบาท) เป็นมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,700 ล้านบาท) ในปีนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการปลูกต้นไม้มากกว่า 1,000 ล้านต้นในระยะเวลา 10 ปี ภายใต้แผนโครงสร้างพื้นฐานของประธานาธิบดีโจ ไบเดน
ด้านนายแรนดี มัวร์ หัวหน้าของยูเอสเอฟเอส กล่าวว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในสหรัฐมีความรุนแรงมาก มันเผาทำลายต้นไม้ทั้งต้นและเมล็ดพืช ส่งผลให้ป่าไม้ไม่สามารถฟื้นฟูตามธรรมชาติได้อีกครั้ง
???? Today, @SecVilsack announced a strategy for how the Biden-Harris Administration, through USDA, will address a reforestation backlog of 4 million acres on national forests and plant more than 1 billion trees over the next decade ➡️ https://t.co/uEIvZJLz4K pic.twitter.com/PKSPvbKtBu
— Dept. of Agriculture (@USDA) July 25, 2022
“เราไม่มีต้นไม้ที่จะโตกลับมาเหมือนเดิม มีแต่พวกหมู่ไม้เตี้ย ๆ” มัวร์ กล่าว “พวกเรามีโอกาสที่จะจัดการกับสิ่งที่เราเห็นมาระยะหนึ่งแล้ว”
ขณะที่นักชีววิทยาป่าไม้หลายคนกล่าวว่า งบประมาณการปลูกป่าใหม่ ซึ่งกำหนดภายใต้กฎหมายการซ่อมแซมที่ดินสาธารณะที่มีอยู่โดยการเพิ่มต้นไม้ที่จำเป็น หรือรีแพลนต์ จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่เหลืออยู่ และไฟป่าที่เกิดขึ้นใหม่
“คุณอาจจะต้องใช้กฎหมายรีแพลนต์ หรือการแก้ไขเพิ่มเติม ที่เพิ่มคุณค่าสิ่งนั้นขึ้นอีก 4 เท่า หรือ 10 เท่า เพื่อที่พวกเราจะสามารถทำให้ถูกต้อง และไม่เป็นการเล่นเกมไล่จับ” นายโอเวน เบอร์นีย์ หัวหน้าเรือนเพาะชำต้นไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในรัฐนิวเม็กซิโก ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐ กล่าว.
เครดิตภาพ : REUTERS



