สัปดาห์ที่แล้ว เวียด เหงียน เจ้าของร้านอาหารในซานฟรานซิสโก ตัดสินใจร้องเรียนเรื่องความเดือดร้อนของเขาผ่านโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมา
เหงียน พยายามเปิดให้บริการร้านอาหารของเขาเพื่อทำมาหาเลี้ยงชีพ แต่กลับโดนโจมตีจากแก๊งกราฟฟิตี้ที่ชอบมาพ่นสีสเปรย์ใส่กำแพงและประตูกระจกร้านของเขาเป็นประจำ และเขาต้องทาสีใหม่ทับไปหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุด เกิดขึ้นหลังจากที่เขาเพิ่งทาสีร้านใหม่ไปเพียง 1 วัน
เท่านั้นยังไม่พอ ฝ่ายบริหารเมืองซานฟรานซิสโก ยังส่งจดหมายเตือนมาติดไว้ที่หน้าร้านของเขา โดยระบุให้ทางร้านทำความสะอาดสีสเปรย์ที่พ่นไว้บนกำแพงจนเลอะเทอะให้เรียบร้อยภายใน 30 วัน ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินจำนวนมากถึง 326 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,320 บาท)
เหงียน บ่นว่า หลังจากเขาทำความสะอาดแล้ว พวกมือบอนก็คงจะกลับมาพ่นสีสเปรย์ใส่ร้านของเขาอีกแน่นอน ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าจะจัดการสถานการณ์ที่น่าหงุดหงิดนี้ได้อย่างไร
ส่วนหน่วยงานดูแลสาธารณูปโภคของซานฟรานซิสโกออกมาชี้แจงเมื่อวันพุธที่แล้วว่า ตอนนี้ทางสภาเมืองได้นำกฎหมายที่ห้ามพ่นสีสเปรย์ในลักษณะของงานกราฟฟิตี้ตามสถานที่สาธารณะในเมืองกลับมาบังคับใช้ใหม่ ซึ่งร้านของ เหงียน นั้น มีคนร้องเรียนเข้ามา และผู้เป็นเจ้าของสถานที่ต้องเป็นคนรับผิดชอบในการทำความสะอาด
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่แนะนำว่าสถานที่ที่ตกเป็นหมายซ้ำซากของแก๊งมือบอนเหล่านี้ สามารถร้องขอความช่วยเหลือเข้ามาที่หน่วยงานดูแลสาธารณูโภค และว่าจ้างทีมงานหรือผู้รับเหมาที่มีสัญญากับหน่วยงานโดยได้รับค่าลดหย่อนเป็นระยะเวลา 6 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอไปทางสภาเมืองให้จัดงบประมาณราว 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (147 ล้านบาท) ภายในเวลา 2 ปี เพื่อทำความสะอาดและทาสีทับบริเวณที่โดนชาวกราฟฟิตี้พ่นสีสเปรย์ จะได้เป็นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนบ่อยครั้ง ดังเช่นที่ เหงียน ประสบอยู่
เหงียน กล่าวว่า ส่วนที่เลวร้ายที่สุดคือการพ่นสีใส่บริเวณที่เป็นกระจก ซึ่งไม่สามารถทำความสะอาดหรือทาสีทับได้ เขาเองจำไม่ได้แล้วว่าต้องจ่ายเงินไปเท่าไหร่เพื่อลบภาพกราฟฟิตี้เหล่านี้ออกไป เขาหวังว่างบประมาณที่ว่านั้นจะผ่านสภาโดยเร็ว และมุ่งเป้าไปที่การจัดการแก๊งมือบอนมากกว่าจะโยนภาระใส่เจ้าของธุรกิจแบบเขา
แหล่งข่าวและเครดิตภาพ : nbacbayarea.com



