เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องบุษราคัม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 2 อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ว่าที่ร้อยตรีสุรสิทธิ์ ถิตย์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 2 ประธานเปิดโครงการวิจัยและพัฒนาโรงเรียนต้นแบบอ่านสร้างสุข : อ่าน เขียน เรียนรู้อย่างมีความหมาย สมวัย และมีความสุข เพื่อร่วมลดภาวะ Learning Loss โดยมีฝ่ายสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. ร่วมกับ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สนับสนุนการจัดโครงการอบรมปฏิบัติการแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องในโรงเรียนที่มีระดับอนุบาลและประถมศึกษา พื้นที่องค์การบริการส่วนตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว


ว่าที่ร้อยตรีสุรสิทธิ์ ถิตย์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 2 กล่าวว่า ที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เด็กไทยประสบปัญหาภาวะเรียนรู้ถดถอยกันถ้วนทั่ว แม้งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า ไม่ควรเร่งเรียนเขียนอ่านในเด็กปฐมวัย แต่ในความเป็นจริง การศึกษาในระดับประถมศึกษานั้น จำเป็นต้องใช้ทักษะการเขียนและการอ่านในการเรียนรู้อย่างมาก ซึ่งทำให้ประโยชน์ที่ได้จากการไม่เร่งเขียนอ่านนั้น อาจไม่เพียงพอ หรือไม่ทันที่จะทำให้เด็กประสบความสำเร็จในการเรียนได้ เมื่อเทียบกับเด็กปฐมวัยที่ผ่านการฝึกเขียนอ่านมาก่อนแล้ว สิ่งนี้เป็นความเชื่อของครูประถมศึกษาหลายคนที่ขัดกับทฤษฎีการศึกษาปฐมวัยโดยสิ้นเชิง ซึ่งความไม่เข้าใจนี้ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างการศึกษาปฐมวัยไปสู่ประถมศึกษา เป็นลักษณะของการบังคับให้เด็กปฐมวัยต้องเรียนอ่านเขียนตั้งแต่ระดับอนุบาล ซึ่งไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม ดังนั้น การสร้างความเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะการอ่าน การสื่อสารในช่วงปฐมวัย และรอยต่อทางการศึกษาระหว่างอนุบาลกับประถมศึกษานั้น จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากสามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม จะช่วยลดปัญหาด้านการสร้างกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเครียดความกดดันที่อาจจะเกิดขึ้นจากการปรับตัวของเด็กนักเรียน และทำให้เด็กเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างมีความสุขดังนั้นเป้าหมายของการจัดทำโครงการนี้ เพื่อจะนำองค์ความรู้การสร้าง “เส้นทาง” ส่งเสริมศักยภาพเด็กด้วยการอ่านให้ฟัง และแนวทางการเชื่อมรอยต่อ สร้างทักษะการสื่อสาร (ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน) อย่างเหมาะสมกับวัย จากระดับปฐมวัย สู่ ประถมศึกษา และการออกแบบการเรียนรู้ทักษะการสื่อสาร (ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน) ที่เหมาะสมวัยตามบริบทของชุมชนท้องถิ่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ผู้บริหารโรงเรียน ครูระดับประถมศึกษาที่ 1-3 และครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งจะมีการติดตาม ประเมินผล และเสริมพลัง (Empower Evaluation) โดยนักวิชาการร่วมวางแผนพร้อมติดตามหนุนเสริมพลังกับครูแกนนำปฏิบัติการเป็นระยะๆ


ทางด้าน นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า การดำเนินโครงการนี้แผนงานฯ การอ่าน สสส. ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 2 ซึ่งได้เชิญคุณครูจากโรงเรียนนิคมสงเคราะห์ 2 และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลผ่านศึกเข้าร่วมเพื่อนำเทคนิคปฏิบัติการลดปัญหา Learning Loss โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ นางสาวระพีพรรณ พัฒนาเวช กรรมการมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน และ ดร.รังรอง สมมิตร อาจารย์ประจำภาควิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ เป็นวิทยากร เพื่อให้ความรู้กับคุณครูได้มีแนวทางในการออกแบบกิจกรรมการอ่าน เขียน เรียนรู้อย่างมีความหมาย สมวัย อย่างมีความสุข และคาดหวังว่าจะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางการในการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผ่านจากไปยังเด็กวัยอนุบาลขึ้น ป.1 อย่างไร้รอยต่อ (Transition) เพื่อเป็นโรงเรียนต้นแบบอ่านสร้างสุข ให้กับโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดต่อไป.



