นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 65 (เม.ย.-มิ.ย.) บราเดอร์มีอัตราการเติบโตทางธุรกิจสูงถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ในปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมเห็นสัญญาณการฟื้นตัวตั้งแต่ต้นไตรมาส 2 เป็นต้นมา และสำนักงานองค์กรต่างๆ กลับมาทำงานเช่นเดิมเหมือนช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ มียอดสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนก็เริ่มคลี่คลาย และที่สำคัญคือการปรับกลยุทธ์ ด้านการกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างทั่วถึง ก็ทำให้เกิดความสะดวกในการซื้อเพิ่มขึ้น จึงทำให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด
“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บราเดอร์ได้ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อรับมือกับความท้าทาย ทั้งเรื่องโควิด-19 และการขาดแคลน ชิ้นส่วนและสินค้า พร้อมปรับจากมุ่งขยายธุรกิจในส่วนฮาร์ดแวร์ มาเพิ่มในส่วนการขายวัสดุสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถสร้างอัตราการเติบโตได้เพิ่มขึ้นและมียอดขายสูงสุดในอาเซียน ซึ่งในปีนี้นอกจากเป้าหมาย ที่จะสร้างการเติบโตในธุรกิจหลักอย่างเครื่องพิมพ์แล้ว ก็จะยังมุ่งสร้างการเติบโตใน กลุ่มสินค้า ที่ไม่ใช่เครื่องพิมพ์ด้วย เพราะเห็นศักยภาพของตลาดกลุ่มนี้ที่ยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก”
นายธีรวุธ กล่าวต่อว่า สำหรับมุมมองในช่วงครึ่งหลังของปี 65 ต่อภาพรวมธุรกิจไอทีไทยนั้น การระบาดของโควิด-19 ถือเป็นตัวเร่งให้สังคมไทยก้าวสู่ยุค ดิจิทัล ทรานฟอร์มเมชั่น เร็วยิ่งขึ้น จึงย่อมส่งผลดีต่อภาพรวมธุรกิจไอทีโดยรวมเช่นกัน โดยเชื่อว่าสินค้าไอทียังคงเป็นกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ทั้งในส่วนภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ ตลอดจนภาครัฐหรือองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งสิ่งที่พบคือช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กระแส เวิร์ก ฟรอม โฮม ทำให้ยอดขาย สินค้าไอทีที่ตอบโจทย์ภาคครัวเรือนเติบโตขึ้นอย่างมาก และปัจจุบันการกลับมาของตลาดกลุ่มองค์กร และภาครัฐ ก็เริ่มเห็นชัดเจนขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 นี้ จะเติบโตมากขึ้นเพื่อรองรับการกลับเข้าสู่การทำงานตามปกติ



