เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ถ้าข้าราชการ 3 คน โกง 1 คน บ้านเมืองจะเหลืออะไร จากกรณีการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 ที่เพิ่งถูกเปิดโปงในครั้งนี้ ถือเป็นความอัปยศที่สร้างความเสียหายให้กับชาติบ้านเมืองอย่างร้ายแรง มีขบวนการเรียกรับเงินสูงถึงหัวละ 350,000-800,000 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท
แต่สิ่งที่น่าตกใจที่สุดก็คือ เมื่อตรวจสอบข้าราชการท้องถิ่นที่สอบผ่านและได้รับการบรรจุไปแล้ว จำนวน 15,520 ราย กลับพบว่ามีคนที่ผลคะแนนจากกระดาษคำตอบ ไม่ตรงกับคะแนนที่ประกาศ มากถึง 5,000 คน ที่ต้องตกใจ ก็เพราะถ้าหากมีข้าราชการที่โกงเข้ามาได้มากถึง 5,000 คน จากทั้งหมด 15,520 คน และหากเป็นจริงตามที่เชื่อกันว่า ขบวนการโกงสอบนี้ทำกันมานานแล้ว นั่นเท่ากับว่า ข้าราชการท้องถิ่นที่นั่งทำงานอยู่ในทุกวันนี้ ทุกๆ 3 คน อาจมีข้าราชการขี้โกงปะปนอยู่ถึง 1 คน
ข้าราชการ 1 คน หากบรรจุตั้งแต่อายุ 25 ปี และทำงานจนเกษียณที่อายุ 60 ปี เงินเดือนที่รัฐต้องจ่ายให้ตลอดอายุราชการ จะอยู่ที่ประมาณ 14-20 ล้านบาทต่อคน ส่วนเงินบำนาญ หากคิดจากอายุขัยเฉลี่ยที่ 79 ปี ข้าราชการ 1 คน จะได้รับบำนาญรวมทั้งสิ้นประมาณ 6-9 ล้านบาท รวมแล้ว ข้าราชการ 1 คน รัฐต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นประมาณ 20-29 ล้านบาท ตลอดชีวิตราชการและช่วงรับบำนาญ รวมเป็นเวลา 54 ปี หรือเฉลี่ยประมาณ 370,000-537,000 บาทต่อคนต่อปี ถ้าเงินจำนวนนี้จ่ายให้กับข้าราชการที่ดี ซื่อสัตย์ และตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย เพราะนั่นคือการลงทุนกับคนที่รับใช้บ้านเมือง
แต่ถ้าเงินภาษีของประชาชนต้องถูกนำไปจ่ายให้กับ “ข้าราชการขี้โกง” ที่โกงมาตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าราชการ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ประชาชนควรต้องยอมรับได้ ลองคิดดูนะครับ หากเราปล่อยให้ขบวนการโกงข้อสอบลอยนวลต่อไปเรื่อยๆ ในท้ายที่สุด ข้าราชการท้องถิ่นที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 230,000 คน อาจมีข้าราชการขี้โกงปะปนอยู่ถึง 1 ใน 3 หรือประมาณ 77,000 คน นั่นหมายความว่า รัฐอาจต้องแบกรับภาระในการเลี้ยงดูข้าราชการขี้โกงสูงถึงประมาณ 28,500-41,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งที่ในความเป็นจริง ข้าราชการขี้โกงเหล่านี้ไม่คู่ควรที่จะได้รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชนเลยแม้แต่สลึงเดียว และนี่ยังไม่นับว่า ข้าราชการขี้โกงเหล่านี้จะไปทุจริต เรียกรับผลประโยชน์ เก็บส่วย หรือรีดไถประชาชนอีกเท่าไร
นายวิโรจน์ ระบุว่า ตอนเป็นข้าราชการตัวเล็กๆ ก็อาจเป็นลูกสมุนคอยเก็บส่วยส่งนาย พอเติบโตขึ้น ก็อาจค่อยๆ สร้างเครือข่ายโกงของตัวเอง กินสินบาทคาดสินบน ฉ้อราษฎร์บังหลวง และกินเงินทอนมหาศาล นี่จึงไม่ใช่แค่ “การโกงสอบ” แต่มันคือการปล่อยให้คนโกงแทรกซึมเข้าไปในระบบราชการ แล้วใช้ตำแหน่งหน้าที่ที่ควรมีไว้รับใช้ประชาชน กลับไปเป็นเครื่องมือสูบเลือดสูบเนื้อประชาชนเสียเอง
เรื่องนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสอบสวนเส้นทางการเงินอย่างจริงจัง เพื่อกวาดล้างข้าราชการขี้โกงให้หมด พร้อมทั้งสอบสวนขยายผล สาวไปให้ถึงตัวการใหญ่ และจับกุมตัวมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ เพราะนี่ไม่ใช่การโกงทั่วไป แต่เป็นการโกงที่บ่อนทำลายประเทศชาติทั้งระบบ
บ้านเมืองเราจะอยู่กันอย่างไรครับ เลือกตั้งก็ซื้อเสียง สว. ก็ฮั้วกันเข้ามา แต่งตั้งโยกย้ายก็ต้องใช้เส้นสาย หรือไม่ก็ต้องซื้อขายตำแหน่ง ขนาดสอบบรรจุเข้ารับราชการ ก็ยังจะโกง ถ้าประตูทางเข้าราชการยังเต็มไปด้วยการโกง แล้วประชาชนจะหวังพึ่งระบบราชการที่ซื่อสัตย์ สุจริต และยืนอยู่ข้างประชาชนได้อย่างไร



