เมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีทนายความนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งความที่ จ.บึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีอาญากับตนในความผิดฐานหมิ่นประมาท ระบุว่า ตนเข้าใจว่าสาเหตุหลัก สืบเนื่องมาจากการที่นายสนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ อดีตผู้สมัคร สว. พยานบุคคลจากหนองบัวลำภู ได้ให้ข้อมูลบนเวทีวิปฝ่ายค้านว่าได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการจัดตั้ง จ้างคนมาลงสมัคร สว. นำโดยนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. และยังเล่าว่ามีบางช่วงที่ตนได้ยินนายสรชาติ โทรฯ ไปรายงานนายทรงศักดิ์ ที่ ณ ตอนนั้น เป็น รมช.มหาดไทย เกี่ยวกับรายชื่อผู้สมัคร สว. ที่ถูกดึงมาอยู่ในขบวนการ

นายพริษฐ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าการที่คนในรัฐบาลฟ้องตนครั้งนี้ จะไม่ทำให้ตนหยุดเดินหน้าตรวจสอบคดีโกง สว. ต่อไป และตนขอเดินหน้าต่อในวันนี้ ด้วยการเปิดข้อมูลใหม่ให้เห็นว่าทำไม ตนจึงเห็นว่าคำพูดของนายสรชาติ ขาดความน่าเชื่อถือ-คงเส้นคงวา และทำไมจึงมีเหตุที่ทำให้สังคมสงสัยได้ว่านายทรงศักดิ์ อาจรับรู้หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการโกง สว. ที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนขอนำเสนอหลักฐานใหม่จากบัตรเลือก สว. ระดับประเทศ ที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยง ระหว่างนายสรชาติ กับนายพรเพิ่ม ทองศรี สว. ซึ่งเป็นพี่ชายของนายทรงศักดิ์ที่กำลังฟ้องตน ในการเลือก สว. ที่ผ่านมา นายสรชาติ กับนายพรเพิ่ม ได้สมัครเป็น สว. กลุ่ม 13 โดยในการเลือกระดับประเทศรอบสุดท้าย นายสรชาติ หมายเลข 111 ได้รับเลือกเป็น สว. ด้วยคะแนนสูงเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม 13 ขณะที่นายพรเพิ่ม หมายเลข 65 ได้รับเลือกเป็น สว. ด้วยคะแนนสูงเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม 13 คำถามสำคัญ คือ สว. 2 คนนี้ ต่างคนต่างถูกรับเลือกมาเป็น สว. หรือ สว. 2 คนนี้ มีการจับมือกัน วางแผนกัน หรือแม้กระทั่งร่วมมือกันในขบวนการโกง สว. ที่ถูกกล่าวหา ตั้งแต่ก่อนวันเลือก สว. ซึ่งหากเราเจาะลึกหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เราจะค้นพบว่า 1.ในบรรดาโพยใบสั่งต่างๆ ที่ถูกรวบรวมมาได้ในคดีนี้ เราจะเห็นได้ว่าตัวเลขในกลุ่ม 13 ของแทบทุกโพย จะปรากฏหมายเลขผู้สมัครของทั้งนายสรชาติและนายพรเพิ่มอยู่คู่กันเสมอ

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า โดยหมายเลขผู้สมัครของกลุ่ม 13 ที่ปรากฏใน 4 โพย ซึ่งแต่ละโพยจะมีเบอร์ผู้สมัครแค่ 5 เบอร์ต่อกลุ่ม เนื่องจากผู้สมัคร สว. จะเลือกได้แค่ 5 คนต่อกลุ่ม ในรอบสุดท้ายซึ่งเป็นการเลือกไขว้ระหว่างกลุ่ม ดังนี้ โพย A 65-111-36-123-1 โพย B 65-111-36-123-9 โพย C 65-111-36-123-39 และ โพย D 65-111-123-1-9

2.นายสรชาติและนายพรเพิ่ม ได้คะแนนส่วนใหญ่ จากผู้สมัครที่ลงคะแนนให้กับทั้งนายสรชาติ และนายพรเพิ่ม มากกว่าผู้สมัครที่ลงคะแนนให้กับแค่คนใดคนหนึ่ง คือนายสรชาติได้ทั้งหมด 66 คะแนน และนายพรเพิ่มได้ทั้งหมด 60 คะแนน จากการตรวจสอบบัตรเลือก สว. เบื้องต้น เราค้นพบว่ามีผู้สมัครถึง 44 คน ที่ลงคะแนนให้กับทั้งนายสรชาติ และนายพรเพิ่ม หมายความว่าสูงถึง 67% ของคะแนนที่นายสรชาติ ได้รับ และ 73% ของคะแนนที่นายพรเพิ่มได้ มีที่มาจากผู้สมัครที่ลงคะแนนให้กับทั้งสรชาติและพรเพิ่ม

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า 3.ตัวเลขที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งจำนวนมาก เป็นตัวเลขที่ตรงตามโพยใบสั่งอย่างชัดเจน เช่น โพย A 65-111-36-123-1 มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย 11 ใบ มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย และเรียงลำดับเป๊ะๆ ตามโพย 8 ใบ หรือ โพย B 65-111-36-123-9 มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย 9 ใบ มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย และเรียงลำดับเป๊ะๆ ตามโพย 7 ใบ

นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า โพย C 65-111-36-123-39 มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย 5 ใบ มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย และเรียงลำดับเป๊ะๆ ตามโพย 4 ใบ และ โพย D 65-111-123-1-9 มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย 5 ใบ มีบัตรเลือกตั้ง ที่เลือกผู้สมัครตรงตาม 5 ตัวเลขในโพย และเรียงลำดับเป๊ะๆ ตามโพย 3 ใบ

“ทั้งหมดนี้ประกอบกันเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีขบวนการโกง สว. แล้วหรือไม่ กกต. เพราะหากใช่ ผมต้องย้ำว่า กกต. ไม่ได้มีหน้าที่จะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงจนสิ้นข้อสงสัย แต่มีหน้าที่ตาม พ.ร.ป.เลือก สว. มาตรา 62 ที่จะต้องส่งเรื่องต่อไปที่ศาลเพื่อให้ศาลพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่” นายพริษฐ์ กล่าว.