นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ทียู เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส2 ปี69 มีกำไรสุทธิ 1,264 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,272.57 ล้านบาท โดยที่อัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4% และอยู่ในระดับเดียวกับเป้าหมายปี73 ปริมาณการขายที่เติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10 ขณะที่เงินปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 14.3% อยู่ที่ 0.40 บาท นับเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุดนับตั้งแต่ปี65

ทั้งนี้ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปยอดขายเติบโต 1.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 16,853 ล้านบาท และปริมาณการขายเติบโต 4.4% จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิต สำหรับผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและปลาแซลมอนบรรจุกระป๋อง รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายตามฤดูกาลในยุโรป ขณะที่ผลิตภัณฑ์ปลาซาร์ดีนและปลาแมคเคอเรลบรรจุกระป๋องเติบโตจากกระแสความนิยมในตลาดโดยการบริโภคปลาซาร์ดีนทั่วโลกเพิ่มขึ้น 13% และปลาแมคเคอเรลเพิ่มขึ้น 7% จากคนรุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพและมองหาแหล่งโปรตีนในราคาที่เข้าถึงได้

 ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง ยอดขายทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 9,995 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจกุ้งแช่แข็ง อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 13.5% จากราคาวัตถุดิบกุ้งที่เอื้ออำนวยและการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัยอย่างต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ยอดขายเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 7.8% จากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดสหรัฐ และยุโรป

อย่างไรก็ตามปีนี้บริษัทจึงได้ปรับเพิ่มประมาณการผลการดำเนินงานปี69 โดยเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของยอดขายเป็น 4-6% จากเดิม 3–4%)และอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 19.5 – 20.5% จากเดิม 19-20% พร้อมทั้งปรับลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนลงมาอยู่ที่ 5,000 – 5,500 ล้านบาท จากเดิม 5,500–6,000 พันล้านบาท