นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โพสต์ยาว ถึงกรณีที่ทำพิธีบวงสรวงสักการะองค์พ่อจตุคามรามเทพ ที่ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเกิดเป็นประเด็นดราม่า วิพากษ์วิจารณ์ กรณี นายเนวิน สวมกางเกงขาสั้น มีผู้ท้วงว่าไม่เหมาะสม
เรื่องนี้ นายเนวิน โพสต์ในเพจลุงเนวิน ใจความว่า เคารพ ศรัทธา และบูชาด้วยหัวใจ ซึ่งมากกว่า 10 ปีแล้วที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาทำพิธีบวงสรวงสักการะองค์พ่อจตุคามรามเทพ ที่ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งจะนำถ้วยแชมป์ที่ได้รายการต่างๆ เข้าประกอบพิธีด้วย พิธีจะจัดทุกปี ก่อนเปิดฤดูกาลการแข่งขัน เป็นความเชื่อ เป็นศรัทธา ของตน ในฐานะประธานสโมร และเป็นการแสดงออกถึงความเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของนักฟุตบอล และเจ้าหน้าที่ทีม ทุกคน

นับตั้งแต่ทำพิธีบวงสรวงที่นี่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นแชมป์ทุกปี และทุกปีที่มาทำพิธี สโมสรบุรีรัมย์ จะประสานงานกับสำนักงานศาลหลักเมืองเอง จ่ายค่าใช้จ่าย ประกอบพิธี เอง เป็นกิจกรรมของสโมสร ไม่ใช่งานของจังหวัด หรืองานที่จัดโดยส่วนราชการ ใดๆ จากปีแรกที่มีแค่ในทีม พอปีหลังๆ มีข้าราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, สมาชิกสภาจังหวัด, สมาชิกสภาเทศบาล และปีล่าสุดมีรองนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึง สส. สจ.หลายคนมาร่วม
นายเนวิน ระบุด้วยว่า งานนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าภาพ หรือร่วมเป็นเจ้าภาพ และไม่ใช่งานของจังหวัด ที่เชิญตนไปเป็นประธาน แต่เป็นกิจกรรมของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จัดขึ้นเอง ตนในฐานะประธานสโมสรฯ เป็นประธานงานบวงสรวงสักการะ ทุกปีอยู่แล้ว
“ส่วนเรื่องการแต่งกายของผม เป็นสิทธิส่วนตัวของผม ที่สะดวกสบายแบบนี้ ผมมาทำพิธีด้วยการใส่เสื้อสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และกางเกงขาสั้น แบบนี้ ทุกปี เป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลหลักเมือง อนุญาต ไม่เคยทักท้วงสักครั้ง”
“การแต่งกาย ด้วยกางเกงขายาว หรือ ขาสั้น ไม่อาจบอกได้ว่าเรามีความเคารพ เชื่อถือ ศรัทธา หรือไม่ อย่างไร แต่การปฏิบัติของผม เป็นประจำมานานกว่า 10 ปีแล้ว บ่งบอกได้ว่าผมมีความเคารพ ศรัทธา และบูชาองค์พ่อจตุคามรามเทพ ด้วยหัวใจ ไม่ใช่ด้วยเครื่องแต่งกาย”
นายเนวิน ระบุด้วยว่า “ส่วนท่านที่วิพากษ์วิจารณ์การแต่งกายของผม ก็เป็นสิทธิของท่าน ผมไม่โต้ตอบ ไม่ชี้แจง เพียงแต่จะเรียนว่า ถ้าไม่ใช่ งานที่ผมเป็นเจ้าภาพเอง แล้ว ทุกงานที่ผมไปร่วมด้วยเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น เป็นงานที่เจ้าภาพอนุญาต ผมจึงไปร่วม ผมขอเรียนว่าผมให้เกียรติทุกคนที่ให้เกียรติผม”
ขอขอบคุณเฟซบุ๊ก : ลุงเนวิน




