สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ว่าองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เผยแพร่แถลงการณ์ เกี่ยวกับการพบเด็กในกานาเสียชีวิต หลังติดเชื้อไวรัสมาร์เบิร์ก ทำให้ตอนนี้กานามีผู้เสียชีวิตสะสมจากโรคดังกล่าวเพิ่มเป็นอย่างน้อย 3 ราย นับตั้งแต่กระทรวงสาธารณสุขกานายืนยันการแพร่ระบาด เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา


ข้อมูลจากดับเบิลยูเอชโอระบุว่า ผู้ได้รับเชื้อไวรัสมาร์เบิร์กจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง ตามด้วยอาการตกเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ 80% ของผู้ติดเชื้อ จะเสียชีวิตภายในเวลา 9 วัน ขณะที่อาการน่าสังเกตอื่น รวมถึง ปวดศีรษะ ปวดบริเวณช่องท้อง อาเจียนเป็นเลือด และท้องร่วง


ทั้งนี้ เชื้อไวรัสมาร์เบิร์กติดต่อถึงกันได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง และการติดเชื้อจากสัตว์ป่า เช่น ลิง โดยยังไม่มีวัคซีนป้องกันและการรักษาจำเพาะ นอกจากนี้ เชื้อไวรัสมาร์เบิร์กยังมีระยะฟักตัวที่สั้นเพียง 14 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งใช้เวลา 21 วัน โดยไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา และเชื้อไวรัสมาร์เบิร์ก รวมเรียกว่าไข้เลือดออกแอฟริกัน (African Hemorrhagic Fever)


อนึ่ง การแพร่ระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสมาร์เบิร์ก ซึ่งยืนยันโดยของดับเบิลยูเอชโอ ได้แก่ ที่เยอรมนี เมื่อปี 2510 มีผู้ป่วยสะสม 29 คน และเสียชีวิต 7 ราย ตามด้วยสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ระหว่างปี 2541-2543 มีผู้ป่วยสะสม 154 คน และเสียชีวิต 128 ราย


ต่อมา ยูกันดารายงานการแพร่ระบาดใหญ่ เมื่อปี 2548 มีผู้ติดเชื้อสะสม 374 คน และเสียชีวิต 329 ราย และเกิดขึ้นอีกครั้งในยูกันดา เมื่อปี 2560 พบผู้ป่วย 3 ราย และทุกคนเสียชีวิต.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES