ข้อมูลจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ชี้ว่าไทยก้าวสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” (Super Aged Society) โดยมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเกือบ 15 ล้านคน หรือมากกว่า 28-29%  ของประชากรทั้งหมด ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยก้คงหนีไม่พ้น “กลุ่มโรคแห่งความเสื่อม”  ซึ่งโรคสมองเสื่อมส่งผลต่อผู้ป่วยและครอบครัวเป็นอย่างมาก

“หมอต้น” นพ.พัฒนจัก วิภาดากุล นายแพทย์ประจำพัฒนจักคลินิก กล่าวว่า “โรคสมองเสื่อมมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นตามอายุ โดยทุกๆ 10 ปี ที่อายุมากขึ้นจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมเป็น 2 เท่า โรคเกิดกับชาวตะวันตกมากกว่าชาวเอเชีย มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับการออกกำลังกายแอโรบิค ( (Aerobic exercise  การออกกำลังกายแบบที่เซลล์ใช้ออกซิเจนเป็นหลัก ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต และยกระดับการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ) ลดอัตราการเกิดโรคสมองเสื่อม

การออกกำลังกายแบบแอโรบิกส่งผลต่อร่างกาย มีงานวิจัยอธิบายไว้ว่า

1.ทำให้เพิ่มชีพจรที่สมอง โดยหลอดเลือดสมองมีระบบไหลเวียนน้ำเหลือง(Glymphatic system )อยู่ ซึ่งการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง มีชีพจรที่สมองเพิ่มขึ้นทำให้เกิดการระบายโปรตีนอะไมลอยด์(Amyloid plaque เป็นโปรตีนเสียที่สมอง เมื่อตกข้างทำให้เกิดโรคสมองเสื่อม โดยเฉพาะสมองส่วนกลาง(Substantia Nigra)) ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคสมองเสื่อมออกไป ขับออกจากเนื้อสมอง

-การออกกำลังกายสม่ำเสมอลดปัจจัยเสี่ยงจากโรคอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุร่วมก่อให้เกิดโรคสมองเสื่อม เช่น โรคเบาหวาน(Diabetic type 2) โรคความดันโดโลหิตสูง(Hypertension) โรคไขมันในเลือดสูง(Hyperlipidemia) โรคอ้วน(Obesity) โรคหัวใจและหลอดเลือด(Cardiovascular disease) เป็นต้น

-ช่วยผ่อนคลายความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ช่วยเรื่องการนอนหลับ

-การจัดให้มีสังคมในการออกกำลังกาย มีกิจกรรมกลุ่ม พูดคุยปฏิสัมพันธ์ ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เสริมสุขภาวะทางมนุษยสังคมที่ดีส่งผลต่อสมองและจิตใจ

ความถี่ในการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ถ้าออกกำลังกายตั้งแต่ 3-5 วันและ มากกว่า 5 วัน ต่อสัปดาห์ สามารถลดโอกาสเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมที่ 37% และ 59 % ตามลำดับซึ่งเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญทางสถิติอย่างมาก” หมอต้น หรือ นพ.พัฒนจัก ทิ้งท้าย เน้นความสำคัญของการออกกำลังกายว่า “สุขภาพดี มีได้ไม่มีค่าใช้จ่าย”