ที่ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) เมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2565 เพื่อพิจารณาจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม กทม. และให้การดำเนินงานเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย รวมทั้งเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพแก่ลูกจ้าง หรือโรคจากสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนที่ได้รับหรืออาจได้รับผลกระทบจากมลพิษ โดยมี พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผอ.สำนักอนามัย คณะกรรมการ และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่ห้องรัตนโกสินทร์ และผ่านระบบการประชุมทางไกล

นายชัชชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ภาพรวมใหญ่ในการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2562 กระทรวงสาธารณะสุขเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งมี 7 กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้อง อาทิ ฝุ่น PM2.5, การขาดอากาศหายใจที่ทำงาน ส่วน กทม.เป็นคณะกรรมการฯ ย่อยในการดำเนินงาน สาระสำคัญคือ การเฝ้าระวังและการป้องกัน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ด้านมลพิษ และความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน การประชุมดังกล่าวเพื่อให้การดำเนินงานด้านความปลอดภัยให้มีความเข้มข้นมากขึ้น ทั้งการตรวจสุขภาพ ตรวจมลพิษสถานที่ทำงาน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับ กทม. เช่น โรงงาน หรือสถานประกอบกิจการที่ปล่อยมลพิษ ต้องมีการตรวจสุขภาพประชาชน ดูแลผลกระทบต่างๆ 

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า อย่างกรณีที่มีผู้เสียชีวิตในที่อับอากาศ ที่คอนโดฯ แห่งหนึ่งย่านบางนา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 65 ซึ่งเป็นโรคตามมาตรา 7(1) “โรคจากภาวะอับอากาศ” ตามกฎหมายด้วย เรื่อง PM2.5 ก็อยู่ในขอบข่ายด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากมีสถานประกอบการจำนวนมาก มิติแรกที่จะทำคือการแจ้งเตือนให้ความรู้ประชาชนมากกว่าจะเข้าไปตรวจทุกจุด เพราะหน่วยปฏิบัติการเพิ่งตั้งได้แค่หน่วยเดียว ดังนั้น ในแง่การดำเนินการจะเน้นให้ความรู้และเน้นเรื่องการปฏิบัติตามกฎที่เกี่ยวข้อง

สำหรับ 7 โรค แบ่งเป็นโรคจากการประกอบอาชีพ 5 โรค ได้แก่ 1. โรคจากฝุ่นซิลิกา Silicosis 2. โรคจากแอสเบสตอส (ใยหิน) 3. โรคจากตะกั่ว (จากการทำงาน)  4. โรคจากภาวะอับอากาศ 5. โรคพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และโรคจากสิ่งแวดล้อม 2 โรค ได้แก่ 1. โรคจากตะกั่ว 2. โรคจากการสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)