สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ว่า คลื่นความร้อนรุนแรงปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปยุโรปและสหรัฐตั้งแต่เดือนที่แล้ว รวมถึงเนเธอร์แลนด์ ซึ่งประชากรราว 2 ใน 3 อาศัยอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ภัยแล้งจึงกลายเป็นปัญหาร้ายแรงในประเทศอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แม่น้ำหลายสายเกิดการอุดตันด้วยดินโคลน และกีดขวางการสัญจรทางน้ำ อีกทั้งปัญหาน้ำในเขื่อนแห้งยังทำให้หลายพื้นที่ต้องการน้ำปริมาณมากด้วย

“พวกเราเห็นสภาพที่แห้งแล้งมากขึ้นในเนเธอร์แลนด์มาหลายสัปดาห์แล้ว เพราะการระเหยในประเทศ และกระแสน้ำที่ไหลเบามากจากนอกประเทศ” นางมิเชล บลอม จากหน่วยงานโยธาธิการและการจัดการน้ำของประเทศ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลงานด้านภัยแล้ง กล่าว

ขณะที่ กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคมเนเธอร์แลนด์ กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำไรน์ อยู่ที่ระดับ 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเมืองโลบิธ ทางตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ “อยู่ระดับต่ำเป็นพิเศษในช่วงเวลานี้ของปี”

แม้ว่า “ไอส์เซิลเมียร์” ทะเลสาบน้ำจืดเทียมขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ จะมีปริมาณน้ำเพียงพอ และสามารถจ่ายน้ำไปยังจังหวัดโกรนิงเงินได้ แต่ระดับน้ำบาดาลกำลังลดลง และ “ต่ำมากในหลายพื้นที่ทางตอนใต้” ส่งผลให้สาหร่ายเจริญพันธุ์และมีปลาตายจำนวนมาก

ทั้งนี้ สำนักงานประปาเรียกร้องให้ประชาชนประหยัดน้ำ โดยจังหวัดทางตอนใต้อย่างซีแลนด์ และลิมเบิร์ก มีการร้องขอให้ประชาชนไม่ใช้น้ำผิวดินในการรดน้ำต้นไม้ ซึ่งเป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรจำนวนมาก.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES