เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา (20 เม.ย.) เพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ “เอกร่อนพิบูลย์ อิฐบล็อกภาคใต้” ได้ไลฟ์สดการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพคุณพ่อวินิจ อายุ 59 ปี ในบ้านพัก ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช คืนสุดท้าย โดยมีแขกเหรื่อมาร่วมงานหลายร้อยคน ซึ่งเป็นช่วงหลังพระสงฆ์สวดพระอภิธรรมศพเสร็จสิ้นและพระสงฆ์เดินทางกลับวัด ทางเจ้าภาพได้ว่าจ้างรถเครื่องเสียง พร้อมสาวโคโยตี้ 3 คน แต่งกายนุ่งน้อยห่มน้อย มาเต้นหน้าโลงศพอย่างสนุกสนาน และมีผู้คนทุกเพศทุกวัยนั่งชมโคโยตี้กันอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เข้าชมการไลฟ์สด และกดไลก์ กดแชร์อย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้เนื่องจากคุณวินิจ ผู้ตาย ซึ่งตามปกติเป็นคนสนุกสนาน ครื้นเครง เป็นที่เคารพรักของชาวบ้าน เคยสั่งเสียไว้ว่าหากตัวเองเสียชีวิต ลูกหลานและญาติพี่น้องไม่ต้องเศร้าโศกเสียใจ การเกิด แก่ เจ็บตาย เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น และให้นำโคโยตี้มาเต้นหน้าโลงศพ กระทั่งคุณพ่อวินิจ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าภาพตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บริเวณบ้านพัก ใน ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช และคืนสุดท้าย (20 เม.ย.) ลูกหลานจึงได้ว่าจ้างรถเครื่องเสียงพร้อมโคโยตี้ 3 คน มาเต้นหน้าโลงศพดังกล่าว และในวันนี้ (21 เมษายน 2569) จะเคลื่อนศพไปประกอบพิธีพิธีประชุมเพลิง (ฌาปนกิจ) ณ วัดเทพพนมเชือด ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การว่าจ้างโคโยตี้ มาเต้นหน้าโลงศพคุณพ่อวินิจ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยทางฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่าเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้ายซึ่งไม่ได้เสียหายใด ๆ แต่ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยมีความคิดเห็นในทำนองว่าเป็นการปลูกฝังสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับลูกหลาน เด็กและเยาวชนเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เนื่องจากในช่วงการเต้นโคโยตี้ มีเด็กและเยาวชนจำนวนมาก เห็นและชมการเต้นโคโยตี้อย่างต่อเนื่อง จึงไม่น่าจะเหมาะสมนักและเป็นการสร้างค่านิยมใหม่ที่ย้อนแย้งกับวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทยให้ผิดเพี้ยนไปได้



