สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรสภาพอากาศตามธรรมชาติ โดยบรรดาผู้สันทัดกรณีด้านสภาพอากาศเตือนถึงเอลนีโญรุนแรง หรือ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ในปีนี้ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของสภาพอากาศรุนแรง เช่น ภัยแล้ง อุทกภัย และคลื่นความร้อน

นายโมฮัมหมัด ฮิชาม โมฮัมหมัด อานิป ผู้อำนวยการเมตมาเลเซีย กล่าวว่า หน่วยงานคาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญจะถึงจุดสูงสุดระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค. 2570 โดยอุณหภูมิสูงสุดคาดว่าจะสูงเกินสถิติของมาเลเซียที่ 40.1 องศาเซลเซียส ซึ่งบันทึกได้ในปี 2541 ที่เมืองชูปิง รัฐเปอร์ลิส ทางตอนเหนือของประเทศ

“มาเลเซียมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1980 โดยอุณหภูมิสูงสุดมักบันทึกได้ในช่วงปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ดังนั้น จากข้อมูลข้างต้น เราสามารถคาดการณ์ได้ว่า อุณหภูมิจะพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง” โมฮัมหมัด ฮิชาม กล่าวในการให้สัมภาษณ์ พร้อมกับเสริมว่า ภาวะโลกร้อนมีส่วนทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น

ทั้งนี้ เมตมาเลเซียคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำฝนจะลดลง และอุณหภูมิจะสูงขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ทางตอนเหนือของคาบสมุทรมาเลเซีย รวมถึงในรัฐซาบาห์ และรัฐซาราวัก ซึ่งโมฮัมหมัด ฮิชาม คาดว่ารัฐซาบาห์จะได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างรุนแรงที่สุด เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวอยู่ใกล้กับมหาสมุทรแปซิฟิก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES