นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ ได้พิจารณาข้อเสนอ และเห็นชอบแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ทซิตี้) เพิ่มจำนวน 15 พื้นที่ใน 14 จังหวัด ประกอบด้วย 1. นครระยองเมืองอัจฉริยะและน่าอยู่ จ.ระยอง 2. คันทรงโมเดล เมืองแห่งความสุขที่พึงประสงค์และสังคมแห่งการแบ่งปัน จ.ชลบุรี 3. การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ของพื้นที่ในจังหวัดพิษณุโลก 4. โครงการพิษณุโลกนครอัจฉริยะอย่างยั่งยืน จ.พิษณุโลก 5. นครเชียงรายสู่เมืองอัจฉริยะ จ.เชียงราย 6. เมืองน่านสู่เมืองอัจฉริยะ จ.น่าน 7. โคราชเมืองอัจฉริยะ จ.นครราชสีมา 8.สมาร์ทซิตี้อุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี
9. กระบี่เมืองอัจฉริยะ จ.กระบี่ 10. จังหวัดพังงาสู่เมืองอัจฉริยะ จ.พังงา 11. สตูล สมาร์ท ซิตี้ จ.สตูล 12. พัฒนาเทศบาล นครเกาะสมุย สู่เมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน จ.สุราษฎร์ธานี 13. หาดใหญ่เมืองอัจฉริยะสีเขียว จ.สงขลา 14. ปัตตานี เมืองอัจฉริยะ จ.ปัตตานี และ 15. เมืองสิ่งแวดล้อมสร้างสรรค์นราธิวาส จ.นราธิวาส ส่งผลให้ประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นเมืองอัจฉริยะ รวม 30 พื้นที่ ใน 23 จังหวัด
นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงานเพื่อผลักดันให้เกิดการวางแผน และพัฒนาเมืองอัจฉริยะ แสดงให้เห็นถึงการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยสิ่งที่สำคัญคือ การทำให้ผู้บริหารเมือง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างกระบวนการและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่มุ่งเน้น ‘คน’ เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เกิดแผนการพัฒนาเมืองและโครงการที่ตอบสนองบริบทของพื้นที่ และความต้องการของประชาชน โดยการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเดินทางเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการผลักดันการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนการ โดยเน้นกระบวนการสร้างความร่วมมือในทุกภาคส่วน อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทยที่วางไว้

ด้านนายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ในฐานะเลขานุการ คณะอนุกรรมการฯ กล่าวว่า การทำงานของสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย มีผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ในหลายด้านโดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถแก่บุคลากรผ่านโครงการต่างๆ และกระตุ้นการเติบโตในอุตสาหกรรม เทคโนโลยีและดิจิทัล จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ประเมินว่าช่วยให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 600 ล้านบาท ทั้งนี้จะรายงานผลการประชุมต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อรับทราบ ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา และประกาศมอบตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทยต่อไป.



