สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลงเมื่อวันพุธ เกี่ยวกับการเยือนไต้หวัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ารัฐบาลวอชิงตันไม่ควรปล่อยให้จีนใช้ภารกิจดังกล่าวของเธอ “เป็นข้ออ้าง” ในการยกระดับกดดันทุกด้านต่อรัฐบาลไทเป โดยตัวอย่างชัดเจนที่เกิดขึ้นแล้ว คือการที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ปิดล้อมเกาะไต้หวัน เพื่อซ้อมรบตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงกลางสัปดาห์นี้ และยังส่งสัญญาณว่า การซ้อมรบ “จะเกิดขึ้นเป็นประจำ”
U.S. House Speaker Nancy Pelosi said the purpose of her visit to Taiwan was to say that ‘we have this strong relationship built on the status quo,’ adding that the U.S. would not ‘allow China to isolate Taiwan’ pic.twitter.com/YD9y0IdPmX
— Reuters (@Reuters) August 10, 2022
เกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพสหรัฐ “มีความวิตกกังวล” ต่อการเยือนไต้หวันของเปโลซี และเตือนว่า “ยังไม่ใช่ช่วงเวลาเหมาะสมที่ควรไป” ขณะที่ทำเนียบขาวกล่าวด้วยว่า การเยือนกรุงไทเปครั้งนี้ เป็นการดำเนินการที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรวางแผนด้วยตัวเองนั้น เปโลซีกล่าวว่าเธอ “จำไม่ได้” ว่ากองทัพเคยเตือนเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่า มีความเชื่อมั่นและนับถือต่ออีกฝ่าย พร้อมทั้งมองว่า ฝ่ายความมั่นคงพยายามจำกัดผลกระทบของเรื่องนี้ ที่จะมีต่อจีนให้ได้มากที่สุด
Pelosi added that she didn't remember the military ever telling her not to go to Taiwan.
— POLITICO (@politico) August 10, 2022
“Their preparation actually, I think, minimized the impact of the Chinese on our trip. So they took very good care of us," she said of the U.S. military. https://t.co/5M6PK4Cl5g
เมื่อมีการซักถามในประเด็นที่ว่า กระทรวงการต่างประเทศจีนประกาศคว่ำบาตรเธอและสมาชิกในครอบครัว จากกรณีการเยือนไต้หวัน เปโลซีกล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องสำคัญ”
จนถึงตอนนี้ กระทรวงกลาโหมและกองทัพสหรัฐยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ ต่อการเยือนไต้หวันของเปโลซี ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลปักกิ่งระงับช่องทางติดต่อด้านความมั่นคงกับรัฐบาลวอชิงตันด้วย แต่ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวเมื่อไม่นานมานี้ ย้ำจุดยืนและความมุ่งมั่นของสหรัฐ ที่มีต่อเสถียรภาพและสันติสุขของช่องแคบไต้หวัน ตลอดจนพันธกิจของสหรัฐตามกรอบของกฎหมายความสัมพันธ์ไต้หวัน เพื่อให้ความสนับสนุนแก่รัฐบาลไทเป ในการป้องกันตนเอง.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



