สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่า พื้นที่ตอนกลางและตอนล่างของแม่น้ำแยงซี เผชิญอุณหภูมิที่สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวโทษความแปรปรวนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในความกดอากาศสูงกึ่งเขตร้อนในแปซิฟิกตะวันตก ซึ่งเป็นตัวกำหนดสภาพอากาศฤดูร้อนที่สำคัญทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออก

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติจีน (เอ็นซีซี) กล่าวว่า คลื่นความร้อนมีแนวโน้มที่จะอยู่ต่อไปอีก 2 สัปดาห์ ซึ่งจะทำให้เป็นช่วงอุณหภูมิสุดขั้วที่ยาวนานที่สุด นับตั้งแต่เริ่มการบันทึกเมื่อปี 2504

ตามข้อมูลของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งแม่น้ำแยงซี ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ระบายน้ำของแม่น้ำแยงซีลดลงประมาณ 30% เดือน ก.ค. และอยู่ต่ำกว่าระดับปกติ 60% ในช่วงที่ผ่านมา โดยระดับน้ำในแม่น้ำสายย่อย “ลดลงอย่างมาก” เมื่อเทียบกับระดับในอดีต

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรจีนได้ส่งทีม 25 ทีม ไปยังภูมิภาคหลักเพื่อดำเนินการปกป้องพืชผลของการเก็บเกี่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังถูกคุกคามโดยคลื่นความร้อน อีกทั้งหมู่บ้านหลายแห่งที่พึ่งพาน้ำจากทะเลสาบ จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อทดน้ำในนาข้าว รวมถึงมีการใช้จรวดสร้างฝนเทียม และปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศในภูมิภาคอื่น ๆ ด้วย

แม้ตามปกติแล้ว จีนจะปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำซานเสียต้าป้า เพื่อบรรเทาความแห้งแล้งในแม่น้ำแยงซี แต่ข้อมูลทางการเผยให้เห็นว่า กระแสน้ำที่ไหลออกสู่ปลายน้ำอยู่ที่ระดับครึ่งหนึ่งของปีก่อนหน้านี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES