เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (31 มี.ค. 69) น.ส.นิศาชล มีสุข อายุ 34 ปี พร้อมด้วย นางสุนี ทักษิณ ผู้เป็นป้า เดินทางหอบเอาเอกสารเข้ายื่นร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี หลังจากบ้าน ที่อยู่อาศัยมานาน 20 ปี พื้นที่ บ้านศรีมงคล หมู่ที่ 4 ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถูกบริษัทของนายทุนเหมืองแร่ ยื่นเรื่องขอทำประทานบัตรเหมืองแร่ ในพื้นที่ บ้านศรีมงคล หมู่ที่ 4 ต.ศรีมงคล โดยขอใช้พื้นที่ในการทำเหมืองแร่ทั้งหมด 299 ไร่

เมื่อตนได้ทราบเรื่องจากอุตสาหกรรมจังหวัดและพบว่าพื้นที่ที่ทางบริษัทขอประทานบัตรทำเหมืองแร่จำนวน 299 ไร่นั้น ครอบคลุมพื้นที่บ้านที่ตนเองและครอบครัวอยู่อาศัยมานานกว่า 20 ปีไปหมดทั้งหลัง นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปถึงบริเวณคอกวัว และบ่อน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งรองรับน้ำจากป่าต้นน้ำบนเขา ก่อนจะไหลไปสู่ลำห้วยที่ชาวบ้านทั้ง 5 หมู่บ้านของ ต.ศรีมงคล ใช้ในชีวิตประจำวันด้วย

โดย น.ส.นิศาชล กล่าวว่า หลังตนทราบเรื่องการขอทำประทานบัตรดังกล่าว ของบริษัทเหมืองแร่ ก็ได้ยื่นเรื่อง คัดค้านไปยังหลายหน่วยงาน ทั้งอบต.ศรีมงคล สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี และกรมป่าไม้ อีกทั้งยังมีโอกาสได้เจอกับเจ้าของบริษัทเหมืองแร่ ที่เป็นผู้ยื่นขอทำประธานบัตรดังกล่าว โดยตนและครอบครัวได้เข้าไปพูดคุยเพื่อขอความเห็นใจ ว่าตนอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ถูกประทานบัตรครอบคลุม หากมีการอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ในพื้นที่ทั้ง 299 ไร่ ก็จะเท่ากับบ้านที่ตนอยู่อาศัย จะได้รับผลกระทบและไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีก

ปรากฏว่าฝ่าย เจ้าของบริษัทเหมืองแร่ ยืนยันว่า ทางบริษัทยื่นเรื่องขอไปอย่างถูกกฎหมาย และรู้จักกับคนใหญ่คนโตรวมถึง ผู้ใหญ่ระดับ “อธิบดี” จึงไม่กลัวที่จะถูกยื่นเรื่องร้องเรียน หรือคัดค้าน ยืนยันเดินหน้ายื่นขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในพื้นที่ดังกล่าวต่อไป เรื่องนี้ทำให้ตนรู้สึกอับจนหนทาง ต้องเดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบในเรื่องนี้อย่างละเอียด

ทั้งนี้ พื้นที่ที่มีการยื่นขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในครั้งนี้ อดีตเคยถูกจับกุมจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ เรื่องการลักลอบทำเหมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตตั้งแต่ช่วงปี 2554 ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าบริษัท ที่เข้ามาขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในครั้งนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทที่เคยถูกจับกุม เมื่อปี 2554 หรือไม่ และเหตุใดหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจึงจะพิจารณาอนุญาตให้มีการเข้ามาทำเหมืองแร่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำได้อีก
ในส่วนของผลกระทบที่จะเกิดการตนเองและครอบครัวที่อยู่อาศัยในบ้านหลังดังกล่าว ก็คงจะไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อีกต่อไป เพราะหากมีการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ที่มีการขออนุญาต 299 ไร่นั้น จากครอบคลุมพื้นที่บ้านของตนเองทั้งหลัง รวมไปถึงพื้นที่คอกวัวที่มีการเลี้ยงวัวเอาไว้หลาย 10 ตัว และที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งเป็นบ่อที่รองรับน้ำ จากป่าต้นน้ำบนเขาก่อนจะไหลลงไปตามลำห้วย ให้ชาวบ้านในพื้นที่ทั้ง 5 หมู่ของตำบลศรีมงคลได้ใช้ในชีวิตประจำวัน
หากมีการทำเหมืองแร่ในพื้นที่นี้จริง เกรงว่าน้ำจากการทำเหมืองแร่จะไหลลงไปในบ่อน้ำดังกล่าวก่อนจะไหลลงไปสู่ลำห้วยที่ชาวบ้านใช้ในชีวิตประจำวันและอาจจะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างได้ จึงหวังให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดช่วยดำเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้อย่างละเอียด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต.



