สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองคาร์ลสรูห์ ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ว่าคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนี ซึ่งอยู่ที่เมืองคาร์ลสรูห์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ มีคำพิพากษา เมื่อวันพฤหัสบดี ยกคำร้องของครอบครัว 4 ครอบครัว ที่เรียกร้องศาลพิจารณา และประกาศให้กฎหมายบังคับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด ซึ่งมีผลบังคับใช้ เมื่อเดือน มี.ค.2563 “เป็นโมฆะ”


แม้ศาลเห็นพ้องกับคำร้องของผู้ร้อง ในประเด็นที่ว่า การบังคับฉีดวัคซีนเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานส่วนบุคคล อย่างไรก็ดี ศาลมองว่า กฎหมายดังกล่าว “มีความชอบธรรม” เนื่องจากเป็นการปกป้องกลุ่มเปราะบางทางสุขภาพ ซึ่งไม่สามารถรับวัคซีนได้


ทั้งนี้ สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวระบุว่า เด็กทุกคนในเยอรมนีต้องมีประวัติการได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด “ที่ตรวจสอบได้” หรือมีหลักฐานยืนยันชัดเจนทางการแพทย์ ว่าเคยป่วยด้วยโรคนี้และเข้ารับการรักษาจนหายขาดแล้ว


ในกรณีไม่มีหลักฐาน โรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กต้องแจ้งให้หน่วยงานสาธารณสุขในท้องถิ่นรับทราบโดยเร็วที่สุด อนึ่ง กฎหมายของเยอรมนีห้ามการแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติภายในโรงเรียน ระหว่างเด็กที่ได้รับวัคซีนแล้วกับยังไม่ได้รับวัคซีน เนื่องจาก “เป็นสิทธิของเด็ก” ที่ต้องได้รับการศึกษา

อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองซึ่งปฏิเสธนำบุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนต้านโรคหัด “โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร” ต้องชำระค่าปรับเป็นเงินสูงสุด 2,500 ยูโร (ราว 90,672.94 บาท).

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES