เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้เปิดโครงการ สพฐ. ติดอาวุธความรู้ให้เด็กไทยทุกคน อ่านออกเขียนได้ เพื่อแก้ปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ด้านการแก้ไขปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ ซึ่งจากการรับฟังการพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทยของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งพบว่า แต่ละเขตพื้นที่มีจุดเด่นหรือสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นกรณีที่นักเรียนระดับประถมศึกษามีการทำหนังสือเล่มเล็ก โดยแต่งเป็นนิทาน แล้วนำมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง ซึ่งช่วยให้นักเรียนมีทักษะการอ่านรู้เรื่องจับประเด็น การสื่อสารและต่อยอดด้วยการเขียนตามจินตนาการ หรือการที่ครูผู้สอนมีการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยบูรณาการสอนข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังพบครูผู้สอนนำกระบวนการ Active Learning มาใช้ในการอ่านวรรณกรรม และมาพัฒนาการอ่านต่อยอดให้เกิดการเรียนรู้ที่สนุก ซึ่งโรงเรียนแต่ละแห่งมีการพัฒนาการอ่านและการเขียน โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาครูให้มีความเข้าใจที่จะนำไปพัฒนานักเรียน รวมถึงโรงเรียนมีกระบวนการช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาการอ่านและการเขียนที่เป็นระบบ โดยมีการคัดกรองความสามารถในการอ่านและการเขียน และนำผลไปใช้ในการวางแผนพัฒนานักเรียน ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้ช่วยเหลือนักเรียนได้เป็นอย่างดี ซึ่งตนขอขอบคุณทุกคนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันทำให้เห็นภาพความสำเร็จของการบูรณาการการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการอ่านและการเขียนของผู้เรียน ซึ่งนอกจากแก้ปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังเป็นการดึงศักยภาพให้นักเรียนเป็นรายบุคคลอีกด้วย

“นอกจากนี้เรายังพบการรวมครูเพื่อบูรณาการข้ามวิชา ลดทอนเนื้อหาที่ซ้ำซ้อน ส่งผลทำให้การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาพื้นฐานมีเวลาเหลือ และนักเรียนได้เรียนรู้หน่วยบูรณาการที่มีความหมายครบตัวชี้วัด และไปสู่ Apply ได้ส่วนในการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาเพิ่มเติม ควรเป็นการต่อยอดสู่ทักษะที่สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบัน นำไปสู่อาชีพในอนาคตให้นักเรียนเตรียมความพร้อม เมื่อนักเรียนได้รับการพัฒนาในเรื่องการอ่านจับใจความสำคัญ และการสื่อสารภาษาไทยทั้งการเขียนและเล่าเรื่อง แล้วได้รับการต่อยอดจนเกิดการคิดวิเคราะห์ สร้างจินตนาการที่สร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง จะเกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนสูงสุด ถือเป็นภารกิจสำคัญของ สพฐ. ที่จะต้องเร่งส่งเสริมสนับสนุนเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และการดำรงชีวิตของนักเรียนต่อไป ซึ่งเป็นข้อเน้นย้ำของท่านเลขาธิการ กพฐ. นายอัมพร พินะสา และตามนโนบายของนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ และในวันนี้เรามีเครื่องมือเติมเต็มให้นักเรียนเป็นรายบุคคล ซึ่งพร้อมให้เขตพื้นที่นำไปใช้เพื่อเติมและดึงศักยภาพนักเรียนต่อไป” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว
ด้านนายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กล่าวว่า สพฐ. ได้จัดทำโครงการ “สพฐ. ติดอาวุธความรู้ให้เด็กไทยทุกคนอ่านออกเขียนได้” เพื่อแก้ปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของผู้เรียน (Learning Loss) โดยได้จัดทำแบบวินิจฉัยการอ่านและการเขียนพร้อมทั้งชุดแบบฝึกซ่อมเสริมการอ่านและการเขียนภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 57 เรื่อง รวม 9 เล่ม โดยขอความร่วมมือให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตที่นักเรียนมีปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้นำไปใช้ในการซ่อมเสริมนักเรียน และมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (จำนวน 11 เล่ม) โดยความร่วมมือของผู้ทรงคุณวุฒิในระดับอุดมศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครูผู้สอน และนักวิชาการศึกษา มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้พัฒนาผู้เรียน ซึ่งต้องอาศัยผู้ปฏิบัติงานที่จะต้องเข้าใจ และเข้าถึงสื่อดังกล่าว เพื่อสามารถนำไปใช้ได้ตรงกับสิ่งที่ผู้เรียนต้องได้รับการเติมเต็ม



