เมื่อเวลา 09.17 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งทีมลงพื้นที่สำนักงานองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จ.ปทุมธานี เพื่อตรวจสอบปัญหานมหมดอายุค้างสต๊อก กว่า 2.4 ล้านหีบ หรือประมาณ 94 ล้านกล่องของ อ.ส.ค. ที่เป็นยอดสะสมตั้งแต่เดือน พ.ย. 2568-พ.ค. 2569 เนื่องจากประสบปัญหาสภาพคล่องขาดทุนสะสม ว่า ในอดีต นมของ อ.ส.ค. ยี่ห้อไทย-เดนมาร์ค แบ่งเป็น 3 โซน คือ โซนเหลือง โซนแดง และโซนเขียว ซึ่งแบ่งเป็นนมที่หมดอายุแล้ว ใกล้หมดอายุและยังอยู่ได้อีกนาน เนื่องจาก อ.ส.ค. ประสบปัญหาขาดทุนมาหลายปี นมในสต๊อกคงคลังเหลืออยู่มาก ดังนั้น เราจะนำนมที่หมดอายุไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำปุ๋ยให้กับกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เนื่องจาก อ.ส.ค. รายงานตนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายในการกำจัดหรือขนย้ายนมที่หมดอายุไปทิ้ง ดังนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ ผู้บริหาร อ.ส.ค. จึงอยากนำนมที่หมดอายุมาใช้ประโยชน์มากกว่า แต่ไม่ใช่เป็นการนำไปขายให้ผู้บริโภค

นายวัชระพล กล่าวอีกว่า ในฐานะที่ตนกำกับดูแล อ.ส.ค. นั้น น้ำนมดิบที่เรารับในตัวเอ็มโอยู ปัจจุบันเรารับเกินจากเอ็มโอยู 400 ตันต่อวัน แต่ที่เราใช้บริโภคที่ออกไปทั้งขายและโควตานมโรงเรียนประมาณ 300 กว่าตัน ก็ยังมีช่องว่างที่เราต้องรับมาเพิ่มประมาณ 80 ตัน ซึ่งในส่วนนี้จะนำไปใส่ในยูเอชที และนำเข้าสต๊อกตามกระบวนการ ก็จะวนอยู่แบบนั้น โดยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังทบทวนเรื่องการปรับปรุงเอ็มโอยู แต่ต้องไม่ให้กระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม อย่างไรก็ตาม ถ้า อ.ส.ค. เดินหน้าต่อไปได้ เกษตรกรก็เดินต่อไปได้เช่นกัน ย้ำว่ากระทรวงกำลังเร่งดำเนินการไม่ให้เกิดผลกระทบกับเกษตรกรแน่นอน.