นายสมศักดิ์ มีอุดมศักดิ์ ผอ.สำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังจุดเสี่ยง และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุน้ำท่วมว่า สำนักการระบายน้ำ (สนน.) ได้เตรียมแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากน้ำฝน น้ำหลาก และน้ำทะเลหนุนสูง โดยหารือร่วมกับกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกสัปดาห์ เพื่อขับเคลื่อนการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และวางแผนปฏิบัติการรองรับสถานการณ์จากการระบายน้ำในเขื่อนและมวลน้ำเหนือ ที่จะไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาสู่ กทม. เพื่อลดผลกระทบและความเสียหาย

ขณะเดียวกัน กทม.ได้ร่วมกับกองทัพภาคที่ 1 จัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม จัดรถรับ-ส่ง ประชาชนกรณีที่มีน้ำท่วมขัง รวมถึงร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ชนิดดีเซลขนาด 14 นิ้ว ตามบ่อสูบ เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำ และร่วมกับกรมชลประทาน กำหนดแผนการควบคุมระดับน้ำตามประตูระบายน้ำและเกณฑ์การระบายน้ำตามสถานีสูบน้ำในพื้นที่รอยต่อ กทม. และปริมณฑล

โดยกรมชลประทานจะช่วยเร่งระบายน้ำจุดเชื่อมต่อกับพื้นที่กทม.และคลองแนวที่เชื่อมต่อกับคลองชายทะเล ซึ่งใช้สถานีสูบน้ำที่ประจำอยู่ตามคลองชายทะเลสูบน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทย ส่วนพื้นที่ตอนเหนือของ กทม.จะช่วยสูบน้ำจากคลองต่าง ๆ ทั้งคลองลาดพร้าว คลองเปรมประชากร และคลองประปาสายล่าง ด้วยการสูบน้ำข้ามไปลงคลองรังสิต-นครนายก และระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะช่วยลดระดับน้ำในคลองเปรมประชากร และคลองลาดพร้าว

นอกจากนี้ สนน.ได้บูรณาการร่วมกับเทศบาลนครนนทบุรี กรมทางหลวง เทศบาลนครปากเกร็ด เทศบาลเมืองคูคต กรมชลประทาน และเทศบาลตำบลสำโรงเหนือ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณเขตรอยต่อ รวมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมจากการระบายน้ำในเขื่อนและมวลน้ำเหนือที่จะไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดย กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตามจุดอ่อน หรือจุดเสี่ยงน้ำท่วม ตรวจสอบความมั่งคงแข็งแรงของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ และคลองพระโขนง.