จากกรณีเกิดเหตุการณ์น้ำรั่วซึมภายในบ่อรับน้ำใต้อุโมงค์โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนในพื้นที่ นั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ที่บริเวณดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และทีมวิศวกรลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด โดยนายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากรอยรั่วบริเวณบ่อซัมป์ หรือบ่อรวมน้ำของโครงการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการแก้ไขทันที โดยเน้นป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างเพิ่มเติมควบคู่ไปกับการสูบน้ำออกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ระบบสูบน้ำในปัจจุบันยังสามารถรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าได้ โดยเมื่อคืนที่ผ่านมามีน้ำไหลเข้าประมาณ 70 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และล่าสุดในช่วงเช้าได้ลดลงเหลือประมาณ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่สาเหตุเดียวกันกับกรณีที่เคยเกิดขึ้นบริเวณสามเสน แต่เกิดจากความบกพร่องของงานก่อสร้าง ซึ่งทาง รฟม. ได้กำชับให้ผู้รับจ้างเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด

สำหรับมาตรการรองรับกรณีเกิดฝนตกหนัก รฟม. ได้สั่งการให้เพิ่มระบบสูบน้ำใต้ดินด้วยการเจาะบ่อบาดาลน้ำลึกประมาณ 50 เมตร เพื่อดึงน้ำใต้ดินออกและลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่บ่อซัมป์ ควบคู่ไปกับการอัดฉีดปูนเกราท์ปิดรอยรั่วซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จเรียบร้อย ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างกำแพงกันน้ำใต้ดินตามแนวอาคารเพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำใต้ดินและลดผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ
โดยนายมนตรี ยืนยันว่า จากการตรวจสอบล่าสุดยังไม่พบการทรุดตัวหรือการเอียงของโครงสร้างเพิ่มเติม รวมถึงไม่พบรอยร้าวใหม่ โดยเฉพาะสะพานลอยใกล้จุดเกิดเหตุยังอยู่ในสภาพปกติ พร้อมกันนี้ได้ประสานสำนักงานเขตส่งวิศวกรโยธาเข้าตรวจสอบอาคารโดยรอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน สำหรับกรณีที่มีประชาชนพบรอยร้าวตามอาคารและผิวถนนนั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นรอยเดิมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม รฟม. ได้สั่งการให้ผู้รับจ้างตรวจสอบอาคารทุกหลังในพื้นที่โดยละเอียดอีกครั้งร่วมกับเจ้าหน้าที่โยธาของสำนักงานเขต ทั้งนี้แผนการแก้ไขในส่วนของระบบสูบน้ำใต้ดินจะเริ่มดำเนินการภายในวันนี้ และคาดว่าจะสามารถสูบน้ำได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ส่วนการก่อสร้างกำแพงกันน้ำใต้ดินคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในประมาณ 1 สัปดาห์ โดยย้ำว่าปัจจุบันพื้นที่โดยรอบยังอยู่ในภาวะทรงตัวและไม่พบการทรุดตัวเพิ่มเติม
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายดังกล่าวมีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2570 ซึ่งสถานการณ์โดยรวมยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างปลอดภัย

ในส่วนของการจัดการด้านการจราจร ล่าสุดตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปิดช่องทางจราจรบริเวณแยกวงเวียนใหญ่จุดเกิดเหตุน้ำรั่วซึม โดยสภาพจราจรล่าสุดค่อนข้างติดขัดเนื่องจากมีการปิดช่องทางจราจรบริเวณถนนประชาธิปกทั้ง 4 เลน ตั้งแต่แยกบ้านแขกมุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ และจากวงเวียนใหญ่ไปสี่แยกบ้านแขก เพื่ออำนวยความสะดวกในการซ่อมบำรุงจุดที่เกิดเหตุ.



