น.ส.สิรินิธิ์ วิรยศิริ หัวหน้าฝ่ายการตลาดเพื่อธุรกิจ ของ ติ๊กต็อก ประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ บริษัทวิจัย บีซีจี เผยผลการศึกษาเกี่ยวกับ ชอปเปอร์เทนเมนท์ หรือการค้าผ่านความบันเทิง ในตลาดเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย พบว่า การจับจ่ายซื้อของผ่านการรับชมคอนเทนต์ที่มอบความบันเทิงกำลังเป็นเทรนด์ที่มาแรง โดยคาดว่าจะมีมูลค่า ราว 35 ล้านล้านบาท ให้กับแบรนด์สินค้าต่างๆ ภายในปี 68 ส่วนในประเทศไทย ชอปเปอร์เทนเมนท์ คาดว่าจะเติบโตสูงถึง 54% และจะมีมูลค่าสูงขึ้นจาก 1.19 แสนล้านบาท เป็น 4.2 แสนล้านบาท ในปี 68 โดยแบรนด์สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ ของใช้ส่วนตัว อาหารและเครื่องดื่ม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะเป็นหมวดหมู่ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับ ชอปเปอร์เทนเมนท์ ในไทย โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 55% โดยจำนวน 40-60% ซื้อสินค้าโดยได้รับอิทธิพลจากคอนเทนต์วิดีโอ
“ปัจจุบัน คนไทยใช้งานติ๊กต็อกประมาณ 100 นาทีต่อวัน และข้าแอพประมาณ 12 ครั้งต่อวัน โดยหมวดหมู่ยอดนิยม 3 อันดับที่เน้นด้าน ชอปเปอร์เทนเมนท์ ในไทย ได้แก่ แฟชั่นและเครื่องประดับ 18% รองลงมาคือความงามและขอใช้ส่วนตัว 17% อาหารและเครื่องดื่ม 13% จึงถือเป็นโอกาสของแบรนด์และธุรกิจใหม่ๆ ที่ต้องการสร้างแบรนด์ ที่แข็งแกร่ง และเริ่มสร้างความบันเทิงเพื่อเพิ่มลูกค้าใหม่ๆ”
ทั้งนี้ผลการศึกษายังพบว่า พบว่าประสบการณ์ออนไลน์ของกลุ่มผู้บริโภคถึงจุดอิ่มตัวแล้วในแง่ของการโฆษณา โดยปัญหาหลักของการซื้อสินค้าออนไลน์ คือ ผู้บริโภครู้สึกเฉื่อยชาในการทำการตัดสินใจซื้อ โดย 26% ของผู้บริโภคต้องการเวลามากขึ้นในการตัดสินใจซื้อ และ 46% จะตัดสินใจซื้อในวันอื่น และ 89% ของผู้บริโภคจะหาข้อมูลทั้งในและนอกแพลตฟอร์มที่ตัวเองกำลังใช้อยู่ โดย 63% จำเป็นต้องได้รับชมคอนเทนต์ 3-4 ครั้ง ถึงจะซื้อ และ 85% ของผู้บริโภค จะท่องไปในหลายแพลตฟอร์มก่อนจะตัดสินใจซื้อจริง นอกจากนี้โอกาสสำหรับแบรนด์และธุรกิจกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับทัศนคติของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงจากการเปิดรับเทคโนโลยีที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การค้าผ่านความบันเทิง จึงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ให้กับแบรนด์ได้



