ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รับผิดชอบ ณ ห้องประชุมชั้น 2 ศอ.บต. โดยมี นางสุนิสา รามแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. และข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ศอ.บต. เข้าร่วมประชุม โดยมีวาระการหารือ 3 วาระประกอบด้วย การใช้ประโยชน์นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี โดยจะมีการใช้ประโยชน์อย่างไรให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด หารือการขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบ 3 เหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ภายใต้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮาลาลในพื้นที่ และหารือขับเคลื่อนโครงการโคบาลชายแดนใต้ภายใต้โครงการเมืองปศุสัตว์ กรอบระเบียงเศรษฐกิจฮาลาลจังหวัดชายแดนภาคใต้

นาวาเอกจักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. กล่าวว่า สำหรับการใช้ประโยชน์นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ศอ.บต.มีแนวทางในการใช้เป็นสถานที่ในการเลี้ยงโคบาล ไก่ KKU1 และแพะ ภายใต้กรอบระเบียงเศรษฐกิจฮาลาลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลมุ่งให้ชายแดนใต้เป็นพื้นที่ส่งออกอาหารฮาลาลสู่ประเทศโลกมุสลิม ซึ่งนอกจากเป็นสถานที่เลี้ยงสัตว์ดังกล่าว ยังมีแผนการเปิดศูนย์การเรียนรู้ หรือโรงเรียนสอนการเลี้ยงโคบาล ไก่ KKU1 และแพะที่ถูกต้อง พร้อมยังเป็นโรงเชือดที่มีมาตรฐานในพื้นที่อีกด้วย 

ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ศอ.บต. ยังมีแผนการดำเนินงานภายใต้เมืองต้นแบบ 3 เหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยมีจุดเน้นในการพัฒนาความมั่นคงทางด้านอาหาร ภายใต้กิจกรรมระเบียงเศรษฐกิจฮาลาลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีกระบวนการขับเคลื่อนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ คือ ต้นน้ำ จะมีการผลักดันการปลูกพืชเศรษฐกิจ อาทิ ทุเรียน มังคุด ลองกอง มะพร้าว ขับเคลื่อนพืชพลังงาน อาทิ การปลูกไผ่ กระถินเทพา กระถินยักษ์ ในส่วนพืชเศรษฐกิจใหม่ มีการขับเคลื่อนการเพาะปลูกกาแฟ การส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์ เช่น หญ้าเนเปียร์ ข้าวโพด และมีการขับเคลื่อนการปลูกพืชสมุนไพร ทั้งนี้ ศอ.บต. มีการขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ด้วย

ด้าน นายเชื่อง ชาตอริยะกุล ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กล่าวว่า ภายหลังผู้แทนพิเศษของรัฐบาลลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีการหารือกับส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเล็งเห็นว่าโครงการเลี้ยงโคบาล ศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงโค แพะ ไก่ และโรงเชือดที่มีมาตรฐานมีโอกาสในการดำเนินงานที่จะประสบผลสำเร็จในอนาคต อย่างไรก็ตาม โครงการต่างๆ จำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อใช้สอยพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด