ที่สำนักงานเขตทุ่งครุ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยถึงกิจกรรมผู้ว่าฯ สัญจรวันนี้ว่า เขตทุ่งครุมีการขยายตัวของประชากรมาก เนื่องจากที่ดินอยู่ไม่ไกลจากเมือง และมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาหลายแห่ง ทำให้เดินทางเข้าเมืองสะดวก มีหมู่บ้าน 125 โครงการ มีประชากรกว่า 120,000 คน เป็นเขตที่เจริญเติบโตเร็วและมีปัญหาตามมา โดยจราจรเป็นปัญหาอันดับ 1 มีถนนเส้นหลัก ๆ คือ ถนนเลียบด่วน ถนนประชาอุทิศ ถนนพุทธบูชา เส้นเลียบด่วนรถติดมหาศาล ซึ่งมีโครงการที่จะทำเป็นวันเวย์ เพื่อลดการเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาตัดกัน แต่อาจมีประชาชนไม่เห็นด้วย ต้องดูว่าจะแก้ด้วยวิธีนี้ดีหรือไม่

ส่วนปัญหาเรื่องน้ำท่วมไม่ได้มีเยอะมาก เพราะมีคลองที่ไปได้หลายทาง ยกเว้นพื้นที่ในซอยเอกชนที่ยังไม่ได้ยกให้เป็นที่สาธารณะ ซึ่ง กทม. ยังเข้าไปดูแลพื้นที่โดยละเอียดไม่ได้  ขณะที่ระบบสาธารณสุขในอนาคตคงต้องดูให้ละเอียดขึ้น ในเขตทุ่งครุไม่มีโรงพยาบาลเลย ทั้งรัฐและเอกชน ในส่วนของ กทม. มีศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) 2 แห่ง คือ ศบส. 54 และศบส. 59 ปัญหาคือ ศบส. 54 อัตรากำลังไม่ครบ ได้ฝากให้รองผู้ว่าฯ เร่งหาอัตรากำลังเข้ามาเพิ่มเติม สุดท้ายแล้วมีความจำเป็นที่ต้องมีโรงพยาบาลอยู่ในพื้นที่นี้ เพราะว่ามีการขยายตัวของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวต่ออีกว่า เขตทุ่งครุมีพื้นที่ที่เป็นของ กทม. หลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร แห่งที่ 2 ทุ่งครุ ซึ่งเป็นจุดสำคัญ  ได้ย้ำว่าจะต้องพัฒนาเนื้อหาให้ดี ให้เด็กและผู้ปกครองอยากมา นอกจากนี้ก็มีศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ (บางมด) มีค่ายลูกเสือกรุงธน มีหลายที่ที่จะพัฒนาให้เข้มแข็ง มีโรงเรียนฝึกอาชีพ

ด้านนายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ ได้แนะนำการพัฒนาคลองบางมด ซึ่งเป็นคลองหลักโดยต้องการทางเดินริมคลองและไฟฟ้าแสงสว่าง เพื่อให้มีทางสัญจรได้มากขึ้นและกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น มีพิพิธภัณฑ์ชุมชนเล็ก ๆ ใต้สะพานริมคลองบางมด อยากจะให้มีการเปิด-ปิด และมีคนเข้าไปดูแล ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ชุมชนที่ กทม. จะส่งเสริมอยู่แล้ว  ด้านการจราจรมีปัญหา ในอนาคตต้องดูว่าจะมีการเชื่อมโยงอย่างไร จะมี Feeder เป็นรถเมล์ หรือตัดถนนเพิ่มที่อยู่ในแนวเวนคืนอยู่  

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่บริเวณอาคารสงเคราะห์ข้าราชการและลูกจ้างประจำกรุงเทพมหานคร ซอยประชาอุทิศ 90 (แฟลตทุ่งครุ) โดยในอนาคตจะปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ว่างให้เป็นสวนสุขภาพและลานกีฬา และเยี่ยมชมศูนย์เยาวชนทุ่งครุ ซึ่งมีการปรับให้เป็นศูนย์พักคอย และประชาชนได้ร้องขอให้เปิดการให้บริการศูนย์เยาวชนตามปกติ และมอบหมายให้สำนักงานเขตทุ่งครุพิจารณา หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ก็สามารถคืนพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ต่อไป 

นอกจากนี้ ยังได้สำรวจบริเวณแฟลตที่มีปัญหาชำรุดทรุดโทรม เช่น บริเวณใต้ถุนอาคารมีปัญหาระบบท่อระบายน้ำรั่ว  เพื่อพิจารณาขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในการซ่อมแซมต่อไป  จากนั้น ได้ลงพื้นที่บริเวณถนนเลียบทางด่วนซึ่งมีปัญหาการจราจรติดขัด เพื่อพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาการจราจร ร่วมกับ หน่วยงานต่างๆ และตรวจเยี่ยมชุมชนใต้สะพานโซน 1 รับฟังการแก้ไขปัญหาขยะ PU โฟม ที่เกิดจากการแกะตู้เย็นเก่าและไม่มีที่ทิ้ง หารือแนวทางแก้ไขปัญหาขยะ PU โฟมในพื้นที่อย่างยั่งยืน พร้อมพูดคุยกับเยาวชนในชุมชนโครงการ ‘ลมใต้ปีก’ โดย มูลนิธิความคิดสร้างสรรค์เพื่อรับมือภัยพิบัติ มูลนิธิกิรัน แคร์ และคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 

รวมทั้งยังได้พูดคุยถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชุมชน เพื่อสอบถามปัญหาสารทุกข์สุขดิบและความต้องการ โดยประชาชนขอความอนุเคราะห์ให้ลอกท่อ ทาสีลูกระนาดใหม่ และขอช่างซ่อมรถ.