เมื่อวันที่ 21 พ.ค. น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าร่วมประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 79 ณ Palais des Nations นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69 โดยได้กล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “การปรับโฉมสาธารณสุขโลก : ความรับผิดชอบร่วมกัน” ต่อผู้นำและผู้แทนด้านสาธารณสุขจากทั่วโลก ประเทศไทยได้ย้ำจุดยืนในการสนับสนุนระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ความมั่นคงทางสุขภาพ ความเท่าเทียม และระบบสาธารณสุขที่มีความยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับวิกฤติ โดยชี้ให้เห็นว่า “ระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสุขภาพประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความไว้วางใจในระดับโลก 

ทั้งนี้ ไทยพร้อมทำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) และประเทศสมาชิกอย่างสร้างสรรค์ เพื่อผลักดันการปรับโฉมสาธารณสุขโลกให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง มีความครอบคลุม และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยยืนยันว่าความร่วมมือด้านสุขภาพคือ “สะพานเชื่อม” สำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและรับมือกับวิกฤติในอนาคต นอกจากนี้ นายพัฒนา ยังได้เข้าร่วมประชุมคู่ขนานด้านนโยบายต่างประเทศและสุขภาพโลก ซึ่งประเทศไทยได้ผลักดันแนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว” อย่างต่อเนื่อง ผ่านการบูรณาการระบบสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการตอบสนองต่อโรคระบาดและภัยคุกคามทางสุขภาพรูปแบบใหม่ 

รัฐบาลไทยยังได้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การผลักดันให้ประเทศสมาชิกสามารถนำกรอบความร่วมมือระดับโลกไปปฏิบัติได้จริงในระดับประเทศ การพัฒนาระบบข้อมูลและการเฝ้าระวังแบบบูรณาการระหว่างภาคส่วน และการสร้างแหล่งเงินทุนที่ยั่งยืน โดยเน้นการลงทุนด้านการป้องกันและการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า 

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังพร้อมร่วมมือกับฝรั่งเศสและภาคีเครือข่ายทั่วโลก ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย–ฝรั่งเศส (Thailand–France Joint Plan of Action) เพื่อขับเคลื่อนวาระ “สุขภาพหนึ่งเดียว” ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างระบบสุขภาพที่ยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับวิกฤติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“สิ่งที่ประชาชนจะได้รับ คือ ระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง มีความพร้อมรับมือกับโรคอุบัติใหม่ และวิกฤติสุขภาพในอนาคตมากขึ้น ขณะเดียวกันยังสะท้อนบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในการร่วมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของโลก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน” น.ส.ลลิดา กล่าว