ที่กรมอู่ทหารเรือ เขตบางกอกน้อย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามการบรรจุและวางกระสอบทราย เพื่อเสริมแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพไทย และกทม. โดยมี พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ พล.ต.ญาณะโชติ ผลฉาย ผอ.สำนักงานกิจการพลเรือน สำนักนโยบายและแผนกลาโหม และนายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ร่วมคณะ

นายชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้ กทม.มาให้กำลังใจทหารที่มาทำงานร่วมกับสำนักการระบายน้ำ (สนน.) ในการทำเขื่อนอุดแนวฟันหลอตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพไทย กับ กทม. โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความช่วยเหลือมาก่อนหน้านี้ได้แจ้งมาว่า หากต้องการความช่วยเหลืออะไร เราก็ติดต่อกลับไป ตอนนี้จุดที่สำคัญมี 2 จุด คือ การเรียงกระสอบทรายบริเวณกรมอู่ทหารเรือ ซึ่งเป็นจุดที่ฟันหลออยู่ เพราะเป็นจุดที่ต้องนำเรือเข้าออก หากเกิดน้ำทะลุจากตรงนี้ได้จะกระทบข้างชุมชนหลายชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีกำลังพลอีกจำนวน 50 นาย อยู่ที่บริเวณสะพานตากสิน ซึ่งเป็นจุดรอยรั่วอีกจุดบริเวณถนนเจริญกรุง ที่มีจุดรอยรั่ว 2 จุดคือ ที่สะพานปลา กับใต้สะพานตากสิน ซึ่งเป็นเขื่อนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ในส่วนนี้กำลังพลจะช่วยกรอกทรายลงกระสอบเพื่อเตรียมพร้อมในการจัดเรียง โดยในอนาคตคงมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม มองว่าทหารก็มีกำลังและมีความรู้ อย่างทหารเรือ ซึ่งมีทั้งกำลังพล เครื่องมือ เช่นเครื่องมือผลักดันน้ำ แต่ว่าทหารก็ต้องดูแลทั้งประเทศ อาจมีบางส่วนที่เราจะขอมาช่วยเรื่องผลักดันน้ำได้ รวมถึงมีองค์ความรู้ด้วยเกี่ยวกับน้ำด้วย เพราะเรามีกรมอุทกศาสตร์ ที่ผ่านมา บริเวณกรมอู่ทหารเรือ ทหารเองก็ได้ดูแลชุมชนโดยรอบอยู่แล้ว ทั้งการแจ้งเตือน การเข้าไปดูแลแก้ปัญหาต่างๆ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่แต่ละหน่วยงานช่วยกันดูแลชุมชนใกล้เคียง

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้จุดฟันหลอมีทั้งหมด 76 จุด มีความคืบหน้ากว่า 90% เหลือประมาณ 3% คือการเสริมแนวระดับเขื่อนชั่วคราวให้สูงขึ้นอีก แต่ความยาวที่อุดจุดต่างๆเราเรียงกระสอบทราบหมดแล้ว โดยปีระดับน้ำจากจุดวัดบริเวณปากคลองตลาดสูงสุดประมาณ 2.08 เมตร ยังไม่ถึงจุดวิกฤติปัญหาตอนนี้คือรอยรั่ว รอบต่อหรือจุดอ่อนที่มีการรั่วผ่านช่องการระบายน้ำอื่นขึ้นมา

“สถานการณ์โลกตอนนี้เรื่องน้ำก็น่ากลัว เพราะว่าสภาวะโลกร้อนทำให้เกิดฝนที่ไม่คาดคิดในหลายพื้นที่ และก็ทำให้ฝนตกหนัก เพราะฉะนั้นเราคงต้องพยายามเตรียมตัวรับมือแต่เนิ่นๆ ทั้งการทำเขื่อนการระบายน้ำต่างๆ” นายชัชชาติ กล่าว

สำหรับคลองในพื้นที่ฝั่งธน ค่อนข้างดี ยกเว้นของคลองทวีวัฒนา ซึ่งมีจุดที่เป็นคอขวดอยู่ แต่คลองส่วนใหญ่ก็ได้รับการดูแลและมีทหารเรือเข้ามาช่วยขุดลอก ส่วนฝั่งตะวันออกที่เรากังวลคือ น้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่จะมากดดันปริมาณน้ำในคลองประเวศ และคลองแสนแสบ กทม.พยายามเร่งห้องน้ำและอาจจะต้องขอทหารช่วยเรื่องเรือผลักดันน้ำลงไปทางด้านใต้ด้วย

ด้าน นายสมศักดิ์ มีอุดมศักดิ์ ผอ.สนน. กล่าวว่า ปัจจุบันน้ำเหนือที่ไหลผ่านพื้นที่ กทม. จุดวัดที่สถานีบางไทร อยู่ประมาณ 1,400 ลบ.ม./วินาที ซึ่งระดับวิกฤติน้ำท่วมเมื่อปี 54 ปริมาณน้ำปล่อยที่ประมาณ 3,500 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ระดับน้ำที่คอยเฝ้าระวังจุดวัดบริเวณปากคลองตลาด เมื่อวานนี้ (28 ส.ค.) วัดได้ 1.86 เมตร ภาพรวมระดับน้ำขณะนี้อยู่ในระดับที่เขื่อนสามารถควบคุมได้

ขณะที่ นายชยันต์ กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำฯ ดูภาพรวมทั้งประเทศใน 13 มาตรการ ตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในส่วนของ กทม. เรามีการประสานงานกัน รวมถึงมีการแจ้งเตือนข้อมูลน้ำขึ้น ปล่อยน้ำจากเหนืออย่างไร เพื่อ กทม.จะได้เตรียมรับสถานการณ์น้ำได้ และในแผนระยะยาวรองนายกรัฐมนตรี ก็ได้เห็นชอบในหลายโครงการ เช่น โครงการอุโมงค์ในระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาภาพรวมของ กทม.

สำหรับน้ำในเขื่อนป่าสักฯ ช่วงนี้ต้องเร่งระบาย เนื่องจาก 4-5 วันนี้ ฝนจะเบาลง อย่างไรก็ตาม ขออย่าตื่นตระหนก หรือกังวล เพราะว่าตอนนี้เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำอยู่ที่ 1,580 ลบ.ม./วินาที และฝนจะทิ้งช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ และช่วงวันที่ 3 ก.ย.65 ฝนจะกลับมาอีก จึงต้องเร่งระบายน้ำตอนบนออก พร้อกกันนี้ มีการคาดการณ์ฝนในปีนี้ จะมากกว่าค่าปกติ 3% ต่ำกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย แต่ก็ต้องดูพายุตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าจะเข้ามา 2 ลูก ช่วงเดือน ก.ย.นี้