นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากรความคืบหน้าหลุมขุดโบราณคดี “ดอนยายทอง” อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี พบโครงกระดูกเพิ่มอีก 1 โครง รวมเป็น 9 โครง สันนิษฐานว่าเป็นโครงกระดูกเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พบกรามฟันสัตว์เคี้ยวเอื้องประเภทวัว/ควาย รับปากยืนยันจัดโบราณวัตถุที่หลุมขุดค้นดอนยายทองให้ประชาชนทั่วไปได้รับชมประมาณ 3 – 5 วัน ก่อนนำไปทำการอนุรักษ์และศึกษาข้อมูล  ณ พระที่นั่งราชธรรมสภา พระนครคีรี อ.เมืองเพชรบุรี นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร แถลงข่าวการค้นพบข้อมูลใหม่แหล่งอารยธรรมโบราณดอนยายทอง อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี โดยมี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 1 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด นายศรัณย์ เกตุทอง นายอำเภอเมืองเพชรบุรี  นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นางปราจิณ เครือจันทร์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี พร้อมด้วยส่วนราชการ สื่อมวลชน ร่วมงานแถลงข่าว โดยก่อนจะเริ่มการแถลงข่าว นายพนมบุตร จันทรโชติ ได้มอบเงินชดเชยให้กับนางคนาง และนายเจน เพชรสุด เจ้าของที่ดิน เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท  

.

นายพนมบุตร กล่าวว่า การค้นพบกลองมโหระทึก หรือกลองสำริด โบราณวัตถุอายุประมาณ 1,500 – 2,000 ปี ที่แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง หมู่ที่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เป็นจุดเริ่มต้นให้นักโบราณคดีของกรมศิลปากรดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีเพื่อค้นหาหลักฐานและข้อมูลทางวิชาการ โดยความร่วมมือของเจ้าของที่ดิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา รวมถึงภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการขุดค้นตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 การขุดค้นครั้งนี้ทำให้ค้นพบความรู้ใหม่ต่าง ๆ พบกลองมโหระทึก จำนวนมากถึง 6 ใบ แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์แต่ก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ รวมถึงการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวน 8 โครง และปัจจุบันนี้ค้นพบเพิ่มขึ้นอีก 1 โครง รวมทั้งหมด 9 โครง โดยเฉพาะโครงกระดูกหมายเลข 1 พบเครื่องประดับทองคำจำนวนมาก อาทิ แหวน กำไลข้อมือ ต่างหู จี้ทอง จึงสันนิษฐานได้ว่า เป็นพิธีกรรมฝังศพมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เพราะยังไม่ปรากฎพิธีกรรมเผาศพตามความเชื่อของศาสนาพุทธ ประการที่ 2 พื้นที่แห่งนี้ต้องเป็นชุมชนหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสำคัญ เพราะมีการประดับด้วยเครื่องประดับทองคำเป็นเครื่องอุทิศให้ผู้วายชนม์ ที่สำคัญทุกโครงกระดูกมีการครอบใบหน้าด้วยเครื่องประดับสำริด โดยทุกโครงหันศีรษะไปด้านเดียวกันคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้จำเป็นต้องหยุดการดำเนินการชั่วคราว เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน มีโอกาสที่ฝนจะตกหนักและน้ำท่วมหลุมขุด โดยทีมนักโบราณคดีจะดำเนินขุดกู้โครงกระดูกที่พบทั้งหมด รวมถึงโบราณวัตถุต่าง ๆ ขึ้นมาจากหลุมขุด เพื่อนำไปทำการอนุรักษ์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีของกรมศิลปากร และนักวิทยาศาสตร์จากกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ โดยจะกลับมาดำเนินการขุดค้นอีกครั้ง ภายหลังหมดจากฤดูฝน โดยระหว่างนี้จะทำการอนุรักษ์ชิ้นส่วนโครงกระดูก และโบราณวัตถุต่าง ๆ รวมถึงการศึกษาองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ได้จากโบราณวัตถุที่ค้นพบ

“มหาวิทยาลัยประเทศจีนที่กว่าง ซี มีความสนใจในเรื่องนี้ หลังจากทราบข่าวว่าประเทศไทยค้นพบกลองมโหระทึกร่วมกับโครงกระดูกมนุษย์ เนื่องจากกลองมโหระทึกเป็นวัฒนธรรมร่วมที่พบมากในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศจีน รวมถึงประเทศเวียดนาม ประเทศไทย ไปถึงประเทศมาเลเซีย การค้นพบครั้งนี้จึงเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของจังหวัดเพชรบุรี โดยหลังจากนี้ คือภายหลังจากกระบวนการขั้นตอนการอนุรักษ์ การศึกษาโบราณวัตถุต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะดำเนินการจัดหาพื้นที่จัดแสดงโบราณวัตถุ และข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า ซึ่งกรมศิลปากรมีความยินดีที่จะร่วมมือกับทางจังหวัดเพชรบุรี ในการจัดหาพื้นที่จัดแสดงที่เหมาะสม อาจจะเป็นพื้นที่ที่มีอยู่แล้ว เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรณีถ้าเป็นพื้นที่ใหม่ ต้องเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย และประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งได้ทราบเบื้องต้นจาก สส.ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี (อบจ.เพชรบุรี) กำลังดำเนินการจัดสร้างหอศิลปวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี ทั้งนี้กรมศิลปากรจะดำเนินงานร่วมกับจังหวัดเพชรบุรีอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันแหล่งเรียนรู้สู่แหล่งท่องเที่ยว และจังหวัดเพชรบุรีมีศักยภาพสูงมากทางโบราณคดี พร้อมที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป” 

ทั้งนี้ระหว่างการนำชมโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบภายในแหล่งโบราณคดีทองยายทอง ที่บางชนิดได้รับการอนุรักษ์เบื้องต้นเป็นที่เรียบแล้ว ทางอธิบดีกรมศิลปากร รับปากและยืนยันว่า จะจัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบให้ประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรี และนักท่องเที่ยวที่สนใจได้รับชมอย่างน้อยประมาณ 3 – 5 วัน ก่อนที่จะนำโบราณวัตถุทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการการอนุรักษ์ของกรมศิลปากรอย่างเป็นทางการ 

อธิบดีกรมศิลปากร และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมหลุมขุดโบราณคดีดอนยายทอง อ.บ้านลาด มีนางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี หัวหน้าทีมในการขุดค้น ทำหน้าที่บรรยาย  

สำหรับการดำเนินงานขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทองของกรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากร ที่ 1 ราชบุรี เริ่มทำการขุดค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อขุดกู้และขุดศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีจากตำแหน่งที่มีการค้นพบกลองมโหระทึกในที่นาของนางคนางค์ เพชรสุด หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี โดยการดำเนินงานได้รับ ความร่วมมืออย่างดียิ่งจากเจ้าของพื้นที่ หน่วยงานท้องถิ่น สถาบันการศึกษา เจ้าอาวาสวัดเขาทะโมน และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนทั้งด้านกำลังคนและการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

ผลการขุดค้นในช่วงต้นพบชิ้นส่วนขอบฐานของกลองมโหระทึก พร้อมทั้งพบภาชนะดินเผาหลายใบวางอยู่โดยรอบในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับกลอง เมื่อดำเนินการขุดลึกลงไปพบชิ้นส่วนกลองมโหระทึกอีกใบในลักษณะคว่ำหน้าอยู่ในดิน และเริ่มปรากฎหลักฐานสำคัญคือ โครงกระดูกมนุษย์ที่ฝังอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยมีการวางภาชนะสำริดประกอบพิธีศพในตำแหน่งต่าง ๆ นอกจากนี้ยังพบเครื่องประดับ ได้แก่ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน แหวนทองคำ และกำไลทองคำ ซึ่งบางชิ้นยังคงสวมอยู่กับโครงกระดูก สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของบุคคลผู้ถูกฝังและความเชื่อเกี่ยวกับการอุทิศสิ่งของในพิธีกรรมหลังความตาย 

ภายหลังจากการค้นพบโครงกระดูก นักโบราณคดีได้ดำเนินการขุด ค้นอย่างละเอียดเพื่อศึกษารูปแบบการฝังศพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และพบหลักฐานใหม่ที่สำคัญ ได้แก่ โลหะสำริดบริเวณศีรษะ รวมถึงลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน และเม็ดลูกปัดทองคำเพิ่มเติม ต่อมาพบโครงกระดูกเพิ่มรวมเป็นอย่างน้อย 8 โครง ทุกโครงวางเรียงตัวต่อเนื่องกันในแนวเดียวกัน และมีการสวมโลหะสำริดลักษณะคล้ายภาชนะครอบบริเวณศีรษะ ซึ่งถือเป็นลักษณะพิเศษที่ไม่พบโดยทั่วไป

อีกทั้งยังพบกลุ่มโบราณวัตถุสำคัญ เช่น เครื่องประดับทองคำ แหวนทองคำ ลูกปัดทองคำ จี้ทองคำ ต่างหูทองคำ ภาชนะดินเผาขนาดเล็ก ภาชนะสำริด และลูกปัดจำนวนมาก ในขณะเดียวกันได้ทำการขยายพื้นที่หลุมขุดค้น เพื่อทำการขุดศึกษากลองมโหระทึกที่ฝังอยู่ในหลุม จำนวน 4 ใบ ทำให้พบโครงกระดูกเพิ่มขึ้นอีก 1 โครง สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี มีโลหะสำริดรูปร่างคล้ายฆ้องสำริดวางอยู่บนบริเวณลำตัว และยังพบลูกปัดแก้ว ภาชนะดินเผา ก้อนดินเผาไฟจำนวนมาก กรามฟันสัตว์เคี้ยวเอื้อง ประเภทวัว/ควาย สภาพค่อนข้างสมบูรณ์โดยพบ ทั้งกรามบนและกรามล่างอยู่ในบริเวณใกล้กัน ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการฝังสัตว์ร่วมในพิธีกรรมการฝังศพ และพบร่วมกับวัตถุอุทิศ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสัตว์เหล่านั้น อาจเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน หรือมีความสำคัญในแง่อื่น ๆ ซึ่งต้องมีการศึกษาต่อไป สำหรับกลองมโหระทึก ทั้ง 4 ใบ นักโบราณคดีจะดำเนินการขุดแต่ง เพื่อศึกษาลักษณะและลวดลายบนลำตัวของกลอง ตลอดจนศึกษาแบบแผนของการฝังศพและรูปแบบการวางของอุทิศให้ครบถ้วน

แนวทางการบริหารจัดการหลังจากนี้ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากร จะเข้าบันทึกหลักฐานโครงกระดูก และหลุมขุดค้นด้วยเทคนิค 3D Scan อีกครั้งก่อนจะทำการเก็บโครงกระดูก และโบราณวัตถุขึ้นจากหลุมในเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยทีมนักโบราณคดี จากสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี และสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโบราณคดีของกรมศิลปากร และนักวิทยาศาสตร์จากกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ จัดทำทะเบียนโบราณวัตถุ และนำส่งไปยังกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อทำการอนุรักษ์ ทั้งนี้ได้จัดส่งตัวอย่างถ่านที่ได้จากการขุดค้นไปหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะได้ทราบผลค่าอายุที่แน่นอนประมาณ 3 เดือน จากนั้นจะทำการเคลียร์หลุมขุดค้นเพื่อคืนสู่สภาพเดิม ส่งมอบพื้นที่ให้กับเจ้าของที่นาได้ใช้ประกอบ อาชีพต่อไป

จากการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าแหล่งโบราณคดีดอนยายทองเป็นแหล่ง ฝังศพที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงวิชาการ สะท้อนถึงรูปแบบพิธีกรรม ความเชื่อ และสถานะทาง สังคมของชุมชนในอดีต และยังคงมีศักยภาพในการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งในด้าน โบราณคดี มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของภูมิภาคต่อไป