เมื่อวันที่ 29 ส.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า สำนักเทศกิจ ได้รายงานในที่ประชุมผู้บริหาร กทม. ถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพบนโซเชียลมีเดีย ปรากฏบุคคลนำแกลลอนเทน้ำมันทิ้งในท่อระบายน้ำ ซึ่งภาพดังกล่าวมีการเผยแพร่เมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่เทศกิจ ได้ไปดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้ที่กระทำการซึ่งเป็นร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตจตุจักร ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 33 ห้ามมิให้ผู้ใดเท หรือทิ้งสิ่งปฏิกูล มูลฝอย น้ำโสโครกหรือสิ่งอื่นใดลงบนถนนหรือในทางน้ำ ประกอบกับมาตรา 57 บทกำหนดโทษ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 33 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่ง 10,000 บาท โดยกรณีนี้ ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุด 10,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่าห้ามนำเศษอาหารหรือทิ้งสิ่งต่างๆทิ้งลงในท่อระบายน้ำ ถ้ามีหรือเจอจะปรับสูงสุด 10,000 บาท เลย นอกจากนี้ หากใครพบเห็นมีการทิ้งเศษอาหาร หรือสิ่งต่างๆ ลงท่อระบายน้ำ สามารถแจ้งเบาะแสผ่าน แอพพลิเคชั่น “ทราฟฟี่ ฟองดูว์” ได้ ซึ่งตามหลักแล้วจะมีรางวัลนำจับด้วย โดยเมื่อมีการเปรียบเทียบปรับเกิดขึ้นจะมีการแบ่งรางวัลนำจับให้ผู้แจ้งเบาะแส ทั้งนี้ เพื่อช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันดูแลความสะอาดเมือง อย่ามักง่าย เอาขยะทิ้งลงท่อ เพราะสุดท้ายแล้วบ้านเราก็น้ำท่วมเอง เพราะเป็นจุดที่เราอยู่หรืออาจไปสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะผู้บริหาร กทม. วันนี้ (29 ส.ค.) ที่ประชุมมีมติให้สำนักเทศกิจ เร่งรัดดำเนินการในการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย โดยเชิญภาคเอกชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมด้วย ซึ่งสำนักเทศกิจ ได้รายงานข้อมูลพื้นที่ทำการค้าที่ได้ดำเนินการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอยแล้ว ประกอบด้วย
1.พื้นที่เขตราชเทวี ได้แก่ สะพานหัวช้าง ซอยรางน้ำ ซอยเสนารักษ์ (ถนนโยธี) ได้รับการสนับสนุนร่มและแผงค้าแบบน็อกดาวน์จาก King Power 2.พื้นที่เขตบางกอกน้อย ได้แก่ ซอยแสงศึกษา ได้รับการสนับสนุนร่มกันแดดจากโรงพยาบาลธนบุรี และ 3.พื้นที่เขตดุสิต บริเวณซอยสังคโลก (ข้างโรงพยาบาลวชิรพยาบาล) ได้รับการสนับสนุนร่ม โต๊ะ-เก้าอี้ ที่ล้างรวม บ่อดักไขมัน จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช.



