จากกรณีทีมงานเดลินิวส์เปิดโปงพิรุธในการก่อสร้างสถานที่ราชการต่างๆ ผลาญงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ เปิดฉากจากอควาเรียมหอยสังข์ จ.สงขลา จนลุกลามมาถึงอาคารผู้ป่วยนอก รพ.สุราษฎร์ธานี ที่ใช้งบประมาณ 523 ล้านบาท ทำสัญญา 34 งวด แต่กลับหยุดชะงักในงวดที่ 17 ส่งงานล่าช้ากว่ากำหนด 3 ปี ต่อสัญญา 8 ครั้ง เรื่องนี้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เสนอ ผวจ.สุราษฎร์ธานี ให้ยกเลิกสัญญากับผู้ว่าจ้างไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี ในฐานะผู้ว่าจ้างได้ลงนามในหนังสือแจ้งถึงกรรมการผู้จัดการบริษัทรับเหมาก่อสร้างยกเลิกสัญญาโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก รพ.สุราษฎร์ธานี เรียบร้อยแล้ว หลังคณะกรรมการตรวจการจ้างมีมติยกเลิกสัญญา เนื่องจากพบว่าการก่อสร้างในงวดที่ 18 เหลือเนื้องานเพียงร้อยละ 1 แต่ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ ทั้งที่มีการผ่อนปรนให้แล้วถึง 8 ครั้ง จากนี้คณะกรรมการตรวจการจ้างและกระทรวงสาธารณสุข จะประเมินความเสียหายทางแพ่ง แล้วดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปและผู้รับจ้างก็สามารถยืนคำร้องขออุทธรณ์การยกเลิกสัญญาได้
โดยหนังสือบอกเลิกสัญญามีเนื้อหาโดยสรุป อ้างถึงวันครบกำหนดสัญญาที่ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ภายในวันที่ 27 ธ.ค. 2562 และแจ้งสิทธิการเรียกค่าปรับตามสัญญาจ้างเป็นจำนวนเงินวันละ 523,419.13บาท นับแต่วันครบสัญญาจ้าง จนถึงวันที่ผู้รับจ้างส่งมอบงาน ซึ่งในการผ่อนปรนครั้งที่ 8 คณะกรรมการตรวจงานได้กำหนดให้ผู้รับจ้างให้ก่อสร้างอาคารให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค. 2565 แต่เวลาล่วงเลยการผ่อนปรนครั้ง 8 ระยะหนึ่งแล้ว ปรากฏว่าผู้รับจ้างยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ส่งมอบงานตามที่สัญญาจ้างไม่ได้ โดยผู้รับจ้างก่อสร้างและส่งมอบงานได้เพียง 17 งวด จากทั้งหมด 34 งวด ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีเห็นว่า การที่บริษัทรับเหมาไม่สามารถทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญาได้นั้น ทำให้เกิดความเสียหาย ทางราชการจึงอาศัยสิทธิตามสัญญาจ้าง ขอบอกเลิกสัญญาจ้างเลขที่ 289/2556 ลงวันที่ 31 มี.ค. 2559
ทั้งนี้ นายวิชวุทย์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่รับตำแหน่ง ผวจ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2560 หลังจากมีการลงนามในสัญญาผ่านมาเกือบ 2 ปี พบว่าผู้รับเหมารับจ้างงานก่อสร้างตึกของ รพ.สุราษฎร์ธานี 2 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างตึกผู้ป่วยใน และ โครงการก่อสร้างตึกผู้ป่วยนอกที่มีปัญหา ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน และบริษัทเริ่มมีปัญหาสภาพคล่องการเงิน ในขณะนั้นการก่อสร้างตึกผู้ป่วยในใกล้แล้วเสร็จ และมีแนวโน้มว่าผู้รับจ้างจะทิ้งงาน คณะกรรมการตรวจรับงานได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาไม่ให้ผิดสัญญาว่าจ้างจนผู้รับจ้างส่งมอบงานตึกผู้ป่วยได้ในที่สุด ระหว่างนั้นผู้รับจ้างก็ได้ผ่อนปรน การก่อสร้างตึกผู้ป่วยนอกมาโดยตลอด ล่าสุดผ่านมากว่า 2 ปี ผู้รับจ้างไม่สามารถชี้แจงการผ่อนปรนได้ ตนมองว่าเป็นการเสียโอกาสของการรับบริการด้านสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ การตัดสินใจเลิกสัญญาว่าจ้างในครั้งนี้ยึดผลประโยชน์ประชาชนและยึดตามระเบียบทางราชการทุกขั้นตอน มั่นใจทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

ด้าน นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานในโครงการของโรงพยาบาลไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ รพ.สุราษฎร์ธานี แต่ยังมีปัญหาก่อสร้างไม่แล้วเสร็จอีก 2 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างอาคารเวชศาสตร์ทางทะเล รพ.เกาะสมุย งบประมาณ 217.67 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยในและแพทย์แผนไทย รพ.ไชยา วงเงินงบประมาณ 90.5 ล้านบาท ทั้ง 2 โครงการ มีปัญหาผู้รับเหมทิ้งงานเช่นกัน ซึ่งหลังจากรับตำแหน่งก็ได้ติดตามความคืบหน้าและแก้ไขปัญหาด้วยการยกเลิกสัญญาเช่นกัน ขณะนี้ทั้ง 2 โครงการ ผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อมูล มูลค่าอาคารและดำเนินการหาผู้รับจ้างเข้าไปก่อสร้างต่อเรียบร้อยแล้ว
สสจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวด้วยว่า ตนเชื่อมั่นว่า การเบิกจ่ายงบประมาณการจ้างไม่ได้มีปัญหามาจากการทุจริตแต่เกิดจากปัญหาด้านเทคนิควิศวกรรมก่อสร้างเนื่องจากโครงการก่อสร้างอาคารของ รพ.หรือสถานบริการสาธารณสุขเป็นโครงการก่อสร้างที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะทางปัญหาที่เกิดขึ้นเรามองได้ 2 แง่คือ ผู้รับเหมาจงใจทิ้งงานเนื่องจากไม่สามารถก่อสร้างตามการออกแบบทางเทคนิควิศวกรรมได้หรือ อาจไม่คุ้มทุนของผู้รับเหมา จึงทำให้เกิดปัญหาการทิ้งงาน ในส่วนของ รพ.สุราษฎร์ธานี เมื่อ ผวจ.ในฐานะผู้ว่าจ้างที่ได้รับมอบอำนาจลงนามแทนได้ลงลายมือชื่อยกเลิกสัญญาเรียบร้อบแล้วหลังจากนี้นิติกรของกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้ประเมินและเรียกร้องความเสียหายที่เกิดขึ้นตามข้อกฎหมาย
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เครือข่ายภาคประชาสังคม องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดยชมรม Strong สุราษฎร์ธานี ได้ยื่นหนังสือ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจสอบโครงการนี้มาแล้ว เบื้องต้นยังไม่พบความผิดหรือส่อทุจริต
แหล่งข่าวรายหนึ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัญหาการทิ้งงานก่อสร้างในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเกือบทุกโครงการจะมีปัญหาล่าช้า สาเหตุจากตัวผู้รับเหมาเองที่ต้องการได้งานโดยไม่คำนึงถึงต้นทุนแท้จริงของโครงการ ส่วนใหญ่จะเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางตามกฎหมายคือไม่เกินกว่าร้อยละ 10 ทำให้งบประมาณก่อสร้างถูกปรับลดลง เมื่อลงมือก่อสร้างไปแล้วหลายโครงการใช้งบประมาณตามราคากลาง ทำให้ผู้ประมูลเข้าเนื้อตัวเอง เนื่องจากการเป็นไปตามแบบทางเทคนิค อย่างกรณีอาคารตึกผู้ป่วยนอก รพ.สุราษฎร์ธานี ที่ดำเนินการแล้วเสร็จในโครงสร้างอาคาร งวดงานที่เหลือต้องใช้เทคนิคการก่อสร้าง เพราะแตกต่างไปจากอาคารทั่วไป ดังนั้นการประมูลรับจ้างในราคาที่ต่ำกว่าราคากลาง ทำให้การผู้รับเหมาขาดทุน สุดท้ายเลือกทิ้งงานไปในที่สุด.



