เมื่อวันที่ 29 ก.ค. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบคัดเลือกบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายหลังพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหารวม 13 ราย ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า หมายเรียกที่ส่งให้นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ทั้งสองได้รับหมายเรียกเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า นายเรืองเดชได้ประสานพนักงานสอบสวนว่าจะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามกำหนดในวันที่ 31 ก.ค. ส่วนนายธีรุตม์ได้แจ้งขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นสัปดาห์หน้า เนื่องจากยังอยู่ต่างจังหวัด และตรงกับช่วงวันหยุดยาว โดยทั้งสองจะถูกแจ้งข้อกล่าวหารวม 7 ข้อหา

1.เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

2.เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารกรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น

3.เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ

4.ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

5.ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ

6.ร่วมกันเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลขหรือเอกสารใดๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความ เพื่อนำข้อความหรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผย

7.ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 161, 162, 188, 265, 322 ประกอบมาตรา 83 และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(1)

สำหรับผู้ต้องหาอีก 11 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ตรวจพบภายในบริษัทของ นาย พิชิต ทั้งพรม หรือ “จ่าพิชิต” ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ขณะกำลังแก้ไขข้อมูลข้อสอบนั้น คาดว่าส่งหมายเรียกครบทั้งหมดแล้ว แม้ยังไม่มีการประสานวันเข้าพบพนักงานสอบสวน แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เนื่องจากทั้งหมดเคยให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. มาแล้ว

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า หากผู้ต้องหารายใดไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนภายในกำหนดตามหมายเรียกครั้งแรกในวันที่ 31 ก.ค. ก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 และหากยังไม่มาพบตามกำหนดอีก จะดำเนินการขออำนาจศาลออกหมายจับ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ในวันที่ 31 ก.ค. พนักงานสอบสวนจะเข้าไปยังเรือนจำเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายวิน ธนพชรโภคิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน และ จ.ส.ต.ดร.พิชิต ทั้งพรม ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างถูกคุมขัง

โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย จะถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 ซึ่งกำหนดโทษผู้สนับสนุนเป็นสองในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดดังกล่าว.