เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อโซเชียลว่า พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ว่าไม่สมัครใจโอนไปรับราชการหน่วยงานอื่นนั้น ว่า ตนยังไม่ได้รับหนังสือฉบับที่ปรากฏเป็นข่าวดังกล่าว และขอยืนยันว่าไม่เคยทาบทามหรือพูดคุยกับ พล.ต.อ.นิรันดร ให้โยกหรือเสนอให้ตัดโอนไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่นแต่อย่างใด รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่เคยคุยกับตนในเรื่องดังกล่าวเลย มีเพียงแต่เคยคุยกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและจเรตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องของการสร้างความสามัคคีให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเพื่อนโนบายของรัฐบาล เพื่อประเทศชาติ และความสงบสุขของพี่น้องประชาชนในชาติเป็นสำคัญ 

 ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า กรณีข้างต้นไม่ใช่หน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่จะไปทำเช่นนั้น ได้แต่เน้นย้ำข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้นให้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อสถาบัน ประเทศชาติ ศาสนา และพี่น้องประชาชน ให้สมกับเงินเดือนที่ได้รับ ไม่ว่าจะอยู่ในยศ หรือตำแหน่งอะไรก็ตาม มีหน้าที่อย่างไรก็ให้ปฏิบัติไปตามนั้นควรช่วยเหลือร่วมมือกัน ให้เกิดผลสัมฤทธิ์แห่งการทำงาน เกิดความสงบสุขแก่พี่น้องประชาชนมากกว่าที่จะไปคำนึงคิดแต่เรื่องตำแหน่ง

  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ส่วนผลการเสนอชื่อผู้เป็น ผบ.ตร.นั้น นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอชื่อ และมติที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ รวมถึงมีพระบรมราชโองการ ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาฯ เรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้คิดว่าควรจะร่วมกันสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นภายองค์กร สิ่งที่ตนต้องการเห็นต่อจากนี้ อยากเห็นตำรวจทุกนายเร่งร่วมกันทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพราะผู้ที่ได้ประโยชน์คือพี่น้องประชาชน บ้านเมืองมีความสงบสุข อาชญากรรมลดลง คุณภาพชีวิตของข้าราชการตำรวจดีขึ้น เพื่อเรียกความศรัทธาจากประชาชนให้องค์กรมีภาพลักษณ์ที่สง่างามเป็นที่พึ่งบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้สมกับที่มีหน้าที่ผู้พิทัที่มีหน้าที่ ให้สมกับหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของประชาชนตลอดไป