โฆษกประจำกรมตำรวจนิวยอร์ก แถลงต่อผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับกรณีของวัยรุ่นชายอายุ 15 ปี ที่ต้องสูญเสียแขนข้างซ้าย เนื่องจากปีนออกไปอยู่นอกตู้รถไฟฟ้าโดยสาร เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2565
หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ของเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาก็ได้รับการนำตัวส่งโรงพยาบาลแบลล์วู และขณะนี้อาการโดยทั่วไปยังคงที่
วัยรุ่นชายดังกล่าว ขึ้นรถไฟสายเหนือพร้อมกับกลุ่มเพื่อนที่สถานีถนนสาย 74 ตัดกับถนนรูสเวลท์ ในย่านแจ็คสันไฮตส์ เขาพยายามปีนขึ้นไปบนหลังคาของตู้โดยสาร ตอนประมาณ 10.25 น. จากนั้นก็พลาดตกลงมาที่บริเวณรางรถ
พนักงานรถไฟที่สถานีให้ข้อมูลว่า เด็กวัยรุ่นรายนี้เป็นพวก ‘Subway surfer’ หรือกลุ่มคนที่นิยมขึ้นรถไฟโดยสารแล้วปีนออกนอกตู้โดยสารเพื่อขึ้นไปยืน นอน หรือนั่งเล่นบนหลังคารถ ซึ่งตามปกติแล้ว คนกลุ่มนี้จะรู้ดีว่าต้องลงจากรถไฟก่อนช่วงที่จะเข้าอุโมงค์ลงใต้ดินเพื่อความปลอดภัย แต่วัยรุ่นคนดังกล่าวอาจจะพลาดไป
พนักงานผู้อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า แขนข้างซ้ายของเด็กหนุ่มขาดเสมอศอก โดยเจ้าหน้าที่พบแขนของเขา ซึ่งอยู่ใต้ขบวนรถไฟที่สถานีถัดไป เด็กหนุ่มดูเหมือนตกใจจนช็อกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาไม่ได้ร้องไห้หรือกรีดร้อง เพียงแต่มองไปรอบ ๆ อย่างเดียว
โฆษกกรมตำรวจนิวยอร์กชี้แจงว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นชี้ชัดว่า วัยรุ่นชายได้รับบาดเจ็บเนื่องจากแรงกระชากของขบวนรถไฟสายเหนือ ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวออกจากสถานี ทั้งนี้จะไม่ถือว่าเด็กหนุ่มเป็นผู้เสียหายในคดีอาชญากรรม และทางตำรวจจะยังคงสืบสวนรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป
คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ แสดงให้เห็นภาพของขบวนรถไฟที่เคลื่อนออกจากสถานี ก่อนที่วัยรุ่นหนุ่มจะโผล่ออกมาจากด้านใต้ท้องรถและตะโกนขอความช่วยเหลือ ในระหว่างที่ผู้โดยสารในละแวกนั้นช่วยกันดึงร่างของเขาขึ้นมาบนชานชาลา ส่วนแขนข้างที่ขาดของเขานั้น ติดไปกับรถไฟ และมีเจ้าหน้าที่เก็บไปจากสถานีที่อยู่ถัดจากสถานีที่เกิดเหตุ จากนั้นก็นำแขนส่งตามไปยังโรงพยาบาล
แพท วอร์เรน หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของสำนักระบบขนส่งมวลชนนิวยอร์ก ออกแถลงการณ์ตำหนิกลุ่ม Subway surfer ว่าการกระทำดังกล่าวถือว่าเสี่ยงอันตรายและไม่รับผิดชอบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบเช่นที่วัยรุ่นหนุ่มต้องเสียแขนไปข้างหนึ่งในครั้งนี้
ตามข้อมูลของสำนักระบบขนส่งมวลชนนิวยอร์ก จำนวนของกลุ่ม Subway surfer ในกรุงนิวยอร์ก ได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่า 500% นับตั้งแต่ปี 2563 โดยในช่วงครึ่งปีนี้ มีรายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าวเป็นจำนวน 627 ราย
แหล่งข่าว : people.com, nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



